หวิดโดนประชาทัณฑ์! คุม2โจรฆ่าแหม่มออสเตรเลียทำแผน (คลิป)

 

ผบ.ตร.คุมตัว2โจรฆ่าแหม่มออสเตรเลีย ทำแผน ท่ามกลางเสียงสาปแช่งชาวบ้านที่มามุงดูกว่า 500 คนหวิดโดนประชาทัณฑ์

ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 200 นาย รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ระหว่างคุมตัว นาย สุรศักดิ์ สุวรรณโชติ และ นายสุรินทร์ ทัศทอง ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ข้างโรงแรมกะตะธานี ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยมีพลตำรวจเอก เพรียวพันธุ์ ดามาพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาควบคุมการทำแผนด้วยตัวเอง พร้อมรับมอบช่อดอกไม้ขอบคุณจาก นายสมบัติ อดิเศรษฐ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่โรงแรมในเครือกะตะธานี

 

เจ้าหน้าที่ได้ทำแผนตั้งแต่ สองคนร้ายขับจักรยานยนต์ติดตามเหยื่อลงมาจากเขา และขับเลยไป จากนั้นได้วกกลับมา หลังจากนั้นนายสุรศักดิ์ กระโดดลงมาชิงกระเป๋า แต่เหยื่อขัดขืน นายสุรศักดิ์ จึงใช้มีดแทง แต่พลเมืองดีและพนักงานรักษาความปลอดภัยวิ่งมาช่วย นายสุรศักดิ์ จึงขึ้นรถจักรยานยนต์ หลบหนีไปตลอดการทำแผน ชาวบ้าน พนักงานโรงแรม และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ได้เดินทางมาดูการทำแผนกว่า 500 คน พร้อมตะโกนต่อว่าตลอดเส้นทาง และยังมีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเพื่อนและรู้จักผู้เสียชีวิต พยายามจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ แต่เจ้าหน้าที่ได้กันเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านเขียนป้ายโจมตีว่าทั้งสองคนไม่ใช่คนภูเก็ต และไม่รักประเทศไทย เพราะทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว

 

ด้านผู้ต้องหาทั้งสองคน กล่าวภายหลังการทำแผน ว่า หลังก่อเหตุได้แยกกันหลบหนี กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ โดยนายสุรินทร์เป็นลูกจ้างทำงานอยู่ร้านจำหน่ายยางรถยนต์แห่งหนึ่ง ขณะที่นายสุรศักดิ์ ทำงานอยู่ที่บ่อนไก่ในจังหวัดภูเก็ต ก่อนก่อเหตุได้ชวนกันไปดื่มเบียร์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง และขับรถออกมา ไม่ได้ตั้งใจจะชิงทรัพย์ แต่เมื่อเห็นนักท่องเที่ยวทั้งสองคนเดินมาจึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุเพื่อความสนุก ไม่ได้หวังว่าจะได้ทรัพย์สิน และที่ใช้มีดแทง เพราะผู้ตายขัดขืนจึงเอามาตัดสายกระเป๋า แต่พลาดไปถูกนักท่องเที่ยวจนเสียชีวิต พร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

พลตำรวจเอก ปานศิริ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การทำแผนประกอบรับคำสารภาพของผู้ต้องหาในวันนี้ มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน แม้ไม่มีมีดของกลาง ซึ่งจะต้องไปค้นหาที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เนื่องจากผู้ต้องหาได้นำไปทิ้งไว้ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคน มีประวัติเคยทำผิดมาแล้วหลายคดี โดยนายสุรินทร์เคยต้องโทษ 4 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นคดีลักทรัพย์ และยาเสพติด และเคยติดคุกมา 3 ปี ส่วนนายสุรศักดิ์ มีคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเช่นกัน

ผู้สื่อข่าว/ภาพ:ทีมข่าวท้องถิ่น
ข่าวจริงสปริงนิวส์ ทันเหตุการณ์ เห็นอนาคต

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น!