svasdssvasds

เรียนรู้วิธีลงทุนในหุ้น ทำความรู้จักหุ้นคืออะไร

เรียนรู้วิธีลงทุนในหุ้น  ทำความรู้จักหุ้นคืออะไร

เรียนรู้วิธีลงทุนในหุ้น และ ทำความรู้จักหุ้นคืออะไร เหตุใดจึงแตกต่างจากสินทรัพย์อื่นๆ และเรียนรู้วิธีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

หุ้นคืออะไร เหตุใดจึงแตกต่างจากสินทรัพย์อื่นๆ

คุณอาจเคยได้ยินคำว่า “หุ้น” อยู่บ่อยครั้งและสงสัยว่าคืออะไร ลองนึกถึงกิจการของบริษัทใหญ่หลายๆ บริษัทที่คุณใช้บริการชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่เห็นผ่านสื่อต่างๆ เชื่อหรือไม่ว่าคุณเองก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในบริษัทเหล่านั้นได้ เพราะหุ้นเป็นตราสารที่บริษัทดังกล่าวออกให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการบริหาร คุณจึงมีฐานะเป็นเจ้าของกิจการและมีส่วนร่วมในทรัพย์สินและรายได้ของบริษัทเช่นเดียวกัน คุณมีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลตามสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่ถือครอง แต่ก่อนตัดสินใจลงทุนในหุ้น เราต้องศึกษาและมั่นใจว่าบริษัทนั้นจะสามารถทำกำไรในระยะยาวได้ วิธีทำเงินในหุ้นนั้นไม่ซับซ้อน หุ้นมีการซื้อและขายส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ธุรกรรมเหล่านี้ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของรัฐบาลเพื่อปกป้องนักลงทุนจากการฉ้อโกง 
หุ้นคือสินทรัพย์ทางการเงิน ไม่ใช่สินทรัพย์จริง สินทรัพย์ทางการเงินมีสภาพคล่องที่จะสามารถแปลงสภาพขายเป็นเงินสดได้ง่าย โดยสินทรัพย์แบ่งเป็นสองประเภทคือ สินทรัพย์ทางการเงินและสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Financial Assets และ Real Assets) เนื่องจากแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน เราจึงต้องทำความเข้าใจลักษณะ วิธีการซื้อขาย ผลตอบแทน ความเสี่ยงและราคา หรือกลยุทธ์ของแต่ละสินทรัพย์ก่อนที่จะลงทุน
ประเภทของหุ้น

ประเภทของหุ้น
วิธีลงทุนในหุ้น

 
โดยทั่วไปหุ้นแบ่งออกเป็นสองประเภท คือหุ้นสามัญ (Common Stock) หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) ขออธิบายให้เห็นชัดเจนดังนี้

▪ หุ้นสามัญจะออกโดยบริษัทมหาชนจำกัด โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมเงินทุนจากประชาชน ผู้ถือมีสิทธิ์ร่วมตัดสินใจลงมติในที่ประชุมและในเรื่องราวต่างๆ ของบริษัทในฐานะผู้ร่วมทุนตามสัดส่วนที่ถือครอง ที่สำคัญคือจะได้รับเงินปันผลเมื่อบริษัททำกำไร อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับสิทธิ์ในการจองซื้อหุ้นใหม่เมื่อบริษัทเพิ่มทุน
หุ้นสามัญสามารถจำแนกได้อีกในแง่ของสิทธิ์ในการออกเสียง แม้ว่าหลักการพื้นฐานของหุ้นสามัญคือผู้ถือหุ้นควรมีสิทธิ์ในการออกเสียงเท่าเทียมกัน หนึ่งเสียงต่อหุ้นที่ถือ แต่บางบริษัทมีหุ้นสองหรือหลายชั้น (ประเภท) ที่มีการกำหนดสิทธิ์ในการออกเสียงต่างกันในแต่ละชั้น
ในกรณีเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นสามัญจะได้รับเงินคืนทีหลัง อาจน้อยกว่ามูลค่าการลงทุนหรืออาจไม่ได้เลย ส่วนผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับเงินทุนคืนก่อน

▪ หุ้นบุริมสิทธิเป็นตราสารที่ผู้ถือมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการคล้ายกับหุ้นสามัญ แต่ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงลงมติในที่ประชุมหรือในการบริหาร ให้สังเกตสัญลักษณ์คือตัว P เป็นอักษรต่อท้าย มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลคงที่เมื่อกิจการมีผลกำไร แต่หากบริษัทเลิกกิจการ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับเงินทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ จึงเป็นประเด็นหลักในการตัดสินใจของนักลงทุนผู้ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยงในระดับสูง คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดของบุริมสิทธิจากเอกสารของบริษัทได้
สรุปโดยภาพรวมได้ว่า หุ้นสามัญมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกันตามหลักกฎหมาย ส่วนหุ้นบุริมสิทธิมีสิทธิและหน้าที่แตกต่างจากหุ้นสามัญ โดยอาจจะดีกว่าหรือไม่ดีเท่าหุ้นสามัญ กำหนดโดยข้อตกลงตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ส่วน “อิควิตี้” (Equity) หรือตราสารทุนมีความหมายเดียวกับหุ้นสามัญ เนื่องจากมูลค่าตลาดรวมและปริมาณการซื้อขายนั้นใหญ่กว่าหุ้นบุริมสิทธิเป็นอย่างมาก

วิธีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
วิธีลงทุนในหุ้น

 
หากคุณพร้อมเริ่มลงทุนในตลาดหุ้น สนใจในวิธีการเทรดหุ้นหรือวิธีทำเงินในหุ้น แต่ไม่แน่ใจว่าขั้นตอนแรกของการลงทุนในหุ้นเป็นอย่างไร คุณอาจแปลกใจหากทราบว่าการลงทุน 10,000 ดอลลาร์ในดัชนี S&P 500 เมื่อ 50 ปีที่แล้วจะมีมูลค่าเกือบ 1.2 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ถ้าเราสามารถเลือกลงทุนในหุ้นได้อย่างถูกต้องก็จะเป็นการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
▪ Individual Stock หุ้นรายตัว : หากคุณมีเวลาและสามารถวิเคราะห์ประเมินหุ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนสม่ำเสมอ เราก็ขอแนะนำให้คุณลงทุนกับหุ้นประเภทนี้ ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่มีไหวพริบและสามารถรอคอยผลกำไรในตลาดได้เมื่อเวลาผ่านไป หากรายงานผลประกอบการไตรมาสไม่น่าประทับใจ ก็ตัดสินใจใหม่ได้ เราควรหลีกเลี่ยงวิธีซื้อหุ้นรายตัวหากยังไม่มีความชำนาญ
▪ Index Fund กองทุนรวมดัชนีหุ้น คือกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่มีกลยุทธ์การบริหารการลงทุนลักษณะเชิงรับ คุณสามารถเลือกลงทุนในกองทุนดัชนีซึ่งติดตามดัชนีหุ้นเช่น S&P 500 ได้ เพราะมีการบริหารที่ดีและมีต้นทุนต่ำกว่ามาก เหมาะแก่การลงทุนในระยะยาว เมื่อเวลาผ่านไป S&P 500 ให้ผลตอบแทนรวมประมาณ 10% ต่อปี และผลการดำเนินการเช่นนี้สามารถสร้างความมั่งคั่งมหาศาลเมื่อผ่านไปหลายปี
▪ Robo-Advisors ย่อมาจาก Robot + (Financial หรือ Investment) Advisor ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือการให้บริการวางแผนทางการเงินซึ่งใช้อัลกอริทึมในการจัดสรรสินทรัพย์แบบอัตโนมัติ (Asset Allocation Portfolio) ทำหน้าที่เป็นโบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลงทุนเงินของคุณในนามของคุณในพอร์ทกองทุนดัชนีที่เหมาะสมกับอายุ ภาวะตลาด เป้าหมายการลงทุนและความเสี่ยงของผู้ลงทุน Robo-advisors ช่วยเลือกกองทุนที่เติบโตได้ดีและยังนำไปลดหย่อนภาษีได้

เคล็ดลับการลงทุนในหุ้น
วิธีลงทุนในหุ้น

 
ปัจจุบันมีตัวเลือกมากมายในการลงทุน คุณจึงสามารถจับคู่สไตล์การลงทุนกับความรู้ความเข้าใจของตัวเอง รวมทั้งพิจารณาเวลาและการทุ่มเทที่สามารถให้กับการลงทุน คุณจะใช้เวลามากหรือน้อยก็ได้ตามต้องการ
ไม่ว่าจะเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์หรือเลือกใช้ที่ปรึกษาอย่าง Robo-Advisor เป็นผู้บริหารจัดการ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในความสำเร็จก็คือพฤติกรรมของคุณเอง ซึ่งอาจมีความสำคัญเท่ากับหุ้นหรือกองทุนที่คุณซื้อ
▪ ในภาพยนตร์ คุณอาจเห็นนักลงทุนมีภาพลักษณ์ของเทรดเดอร์ที่ไม่หยุดนิ่งแอคทีฟตลอดเวลา แต่คุณสามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกันโดยใช้กลยุทธ์ Buy and Hold ซึ่งเป็นการซื้อสินทรัพย์แล้วถือครองในระยะยาว เป็นวิธีที่นักลงทุนแบบ Passive มักใช้ด้วยการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เป็นการลงทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ ไม่ซับซ้อน เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นลงทุนหรือเทรดเดอร์ที่ไม่มีเวลาบริหารจัดการพอร์ทด้วยตนเอง การลงทุนแบบ Passive ยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าแบบ Active อีกด้วย
▪ การติดตามพอร์ทโฟลิโอของคุณอาจมีประโยชน์ แต่ควรระมัดระวังเมื่อตลาดอยู่ในช่วงขาลง คุณอาจถูกกระตุ้นให้อยากขายหุ้นและหลุดออกไปจากแผนระยะยาวที่วางไว้ การขายอาจทำให้รู้สึกปลอดภัย ณ เวลานั้น แต่จะกระทบต่อผลกำไรระยะยาวของคุณ ดังนั้นโปรดคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ขอแนะนำให้ดูพอร์ทโฟลิโอเฉพาะในช่วงเวลาที่เหมาะสม (เช่น วันแรกของเดือน) หรือเฉพาะเวลาที่ต้องเสียภาษี
▪ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้การลงทุนไม่ประสบความสำเร็จ เราควรมีเป้าหมายและวางแผนให้ชัดเจน ไม่เพียงฟังคำพูดที่คนอื่นบอกต่อกันมาว่าดี แต่ตัวเราเองไม่มีความรู้ความเข้าใจและไม่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดเป็นประจำ หรือบางคนเลือกลงทุนโดยตัดสินใจจากผลงานในอดีต เราควรมองโอกาสของธุรกิจดังกล่าวในอนาคตด้วย เพราะผลงานในอดีตไม่สามารถการันตีได้ว่าอนาคตจะไม่ล้มเหลว อีกนิสัยที่เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งคือการไม่บริหารความเสี่ยง หลายคนทำแบบเดิมซ้ำๆ เพียงเพราะทำตามคนอื่น ไม่มีอะไรแน่นอนในโลกของการลงทุน หากเราสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี พิจารณาผลตอบแทนของการลงทุนโดยรวมเป็นหลักก็จะช่วยลดโอกาสเกิดความผิดพลาดในการลงทุนได้ 
▪ เลือกแพลตฟอร์มอย่าง MT5 หรือ Meta Trader 5 แอปพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับเทรดหุ้น, ทอง, Forex, ดัชนีหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์และอีกมากมายในตลาดหลักทรัพย์ คุณสามารถดาวน์โหลด MetaTrader 5 วิธีใช้ 

วิธีลงทุนในหุ้น
วิธีลงทุนในหุ้น

 
เมื่อคุณเริ่มลงทุน โลกการเงินอาจดูเหมือนน่ากลัวและมีอะไรให้ต้องเรียนรู้มากมาย แต่ในความเป็นจริงคุณสามารถเดินในเส้นทางนี้ด้วยจังหวะเวลาของคุณเอง หมายถึงคุณสามารถพัฒนาทักษะและความรู้ แล้วลงทุนต่อไปเมื่อคุณรู้สึกสบายใจและพร้อม เพราะการลงทุนไม่ใช่การแข่งขันกับผู้อื่น โปรดให้เวลากับตัวเอง การมีสติและสมาธิจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ
คุณสามารถนำขั้นตอนต่อไปนี้ใช้ประกอบการพิจารณา
1. กำหนดแนวทางการลงทุนของคุณ : ตัดสินใจว่าต้องการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างไร
2. กำหนดงบประมาณการลงทุนในตลาดหุ้น : ตัดสินใจว่าคุณจะลงทุนในหุ้นด้วยเงินจำนวนเท่าใด
3. เลือกบัญชีการลงทุน : เลือกเปิดบัญชีที่ต้องการ
4. เรียนรู้ความแตกต่างระหว่างการลงทุนในหุ้นและกองทุน
5. เลือกหุ้นของคุณ
6. เน้นการลงทุนระยะยาว
7. บริหารจัดการพอร์ทหุ้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีลงทุนในหุ้น
▪ การลงทุนในหุ้นปลอดภัยสำหรับมือใหม่หรือไม่
ปลอดภัยหากคุณลงทุนด้วยความรอบคอบ การลงทุนไม่ยากหรือซับซ้อนอย่างที่คิดเพราะมีเครื่องมือมากมายที่จะช่วยคุณได้ หนึ่งในวิธีลงทุนที่ดีที่สุดคือ กองทุนรวมหุ้น เป็นวิธีที่ง่ายและต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนในตลาดหุ้น
▪ การลงทุนเพียงเล็กน้อยจะคุ้มค่าหรือไม่
การลงทุนแม้เพียงเล็กน้อยแต่สม่ำเสมอก็สามารถเพิ่มผลกำไรได้จริง หากคุณลงทุนเดือนละ 2,000 บาทเป็นเวลา 30 ปี และหุ้นเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปที่ 6% ต่อปี คุณอาจมีเงินมากกว่า 763,200 บาทหลังจาก 30 ปี 
▪ การลงทุนใดในตลาดหุ้นดีที่สุด
ในมุมมองของเรา การลงทุนในตลาดหุ้นที่ดีที่สุดมักเป็นกองทุนรวมที่มีต้นทุนต่ำ เช่น กองทุนดัชนีและ ETF (Exchange Traded Fund กองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) การซื้อหุ้นเหล่านี้ทำให้คุณไม่ต้องซื้อหุ้นทีละตัว แต่สามารถซื้อหุ้นกลุ่มใหญ่ได้ในธุรกรรมเดียว
▪ วิธีสังเกตลักษณะหุ้นระยะยาวที่น่าสนใจ
สังเกตจากสินค้าหรือบริการของบริษัทดังกล่าวว่าเป็นที่ต้องการของตลาด มีผลกำไรต่อเนื่อง
▪ ควรเก็งกำไรระยะสั้นหรือลงทุนระยะยาว
ในการเก็งกำไรระยะสั้น หุ้นมักจะขึ้นลงตามแรงซื้อขายหรือข่าวที่ประกาศ แต่การลงทุนระยะยาวจะได้ราคาหุ้นที่เติบโตตามพื้นฐานและผลการดำเนินงานของกิจการ เราจึงควรเลือกลงทุนตามความถนัด


 

related