• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
         

    เเพทขอความเห็นใจสื่อ กระทบหลายอย่าง “สงสัยเงิน30ล้านมาจากไหน?”

    [post_view]

    วันนี้ (17 มี.ค. 60) – น.ส.ณปภา ตันตระกูล หรือแพท ภรรยาของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ
    “เบนซ์ เรซซิ่ง” ให้สัมภาษณ์หลังให้ข้อมูลกับกองบัญชาการปราบปรามนาเสพติด (บช.ปส.) พร้อมทนาย
    ความส่วนตัว

    น.ส.ณปภา กล่าวว่า ขอบคุณผู้สื่อข่าวที่ให้ความสนใจในคดีนี้ จริงๆอยากจะขอความเห็นใจ เวลาเขียนข่าว
    หรืออะไร เพราะข่าวก็มีผลกระทบหลายๆอย่าง จึงรู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ เพราะส่งผลกระทบต่อครอบครัวตน
    และครอบครัวของสามีอย่างมาก ก็อยากจะขอร้องทุกคนว่า หากมีการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับตนขอให้
    ไปสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่จะดีกว่า เพราะเจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีจะให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ในวันนี้
    มาในฐานะพยาน ยังไม่ถูกจับกุม หรือถูกส่งตัวไปศาลตามที่เป็นข่าวหรืออะไร เป็นเพียงการเดินทางมาให้
    ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียกเท่านั้น

    น.ส.ณปภา กล่าวว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่สอบถามในช่วง 2 ปี คือปี2559 และปี2560เท่านั้น ส่วนการสอบ
    ปากคำอื่นๆนั้น ตนและทนายความได้ยื่นเอกสารทางการเงินว่าได้มาอย่างไร หรือได้มาจากใครเรียบร้อย
    แล้ว คือส่วนตัวก็สงสัยว่าเงินจำนวน 30 ล้านบาทมาจากไหน ซึ่งเงินในบัญชีของตนมีไม่ถึงด้วยซ้ำ และ
    เงินทั้งหมดนั้นก็เป็นเงินของตน ก็ไม่เข้าใจว่าจะต้องชี้แจงทำไม 

    "ซึ่งแพทและเบนซ์ เรซซิ่ง ก็รู้จักกันแค่ 1 ปีเท่านั้น ดังนั้นจะคาดหวังให้รู้เรื่องส่วนตัวของกันและกันนั้น คง
    จะเป็นไปไม่ได้ และในวันนี้แพทก็ทำหน้าที่ทุกอย่างแล้ว ที่เหลือก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ในการรวบรวม
    เอกสาร และตรวจสอบข้อเท็จจริง" น.ส.ณปภา กล่าว

    ทนายความส่วนตัวของน.ส.ณปภากล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วลูกความของตนไม่ได้มีส่วนใดๆเลย เพียงแต่ว่า
    บุคคลใกล้ชิดต้องคดี จึงจะต้องมาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าหลักฐานที่ให้เจ้าหน้าที่ไปทั้งหมดตอบได้ทุกอย่าง
    ส่วนเอกสารกรมสรรพากรที่ยื่นให้ไปนั้น ข้อมูลทุกอย่างก็ชัดเจนอยู่แล้ว เรื่องทุกอย่างก็น่าจะจบแล้ว เพราะ
    ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับลูกความของตนแล้ว และลูกความของตนก็เป็นบุคคลของประชาชนด้วย

    ด้านพ.ต.อ.สมเกียรติ วรรณสิริวิไล รอง ผบก.อก.บช.ปส. กล่าวว่า วันนี้พยานทั้ง 4 รายคือ น.ส.ณปภา
    มารดาของนายอัครกิตติ์ ผู้จัดการร้านแอเรีย51 และลูกจ้างอีก1คน ได้เข้ามาสอบปากคำในฐานะพยาน
    ตามพ.ร.บ.ฟอกเงินของนายอัครกิตติ์ และนายนายณัฐพล นาคคำหรือบอย  ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดใน
    เครือข่ายของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ซึ่งทั้งหมดนั้นได้ให้การชัดเจน มีการนำเอกสารบางส่วนมาชี้แจงถึง
    ที่มาที่ไปของเงินในบัญชี รายได้ก่อนที่น.ส.ณปภาจะแต่งงานกับนายอัครกิตติ์ ส่วนเรื่องรถแลมโบกินี่
    ทะเบียน กจ. 51 กทม.โดยน.ส.ณปภาให้การว่าตนไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ 

    "ด้านการสอบผู้จักการร้านและลูกจ้างให้การว่าเส้นทางการเงินที่มีการโอนเข้า-ออกนั้น ก็ดำเนินการตาม
    คำสั่งของนายอัครกิตติ์เพื่อที่จะนำไปซื้ออะไหล่รถ ซึ่งอะไหล่นั้นก็มีราคาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากนี้
    พนักงานสอบสวนจะนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบสำนวน หากพบว่ามีข้อพิรุธหรือสงสัยในส่วนได้ ก็จะเรียก
    เพื่อมาสอบอีกครั้ง นอกจากนี้จะมีการเรียกนายอัครกิตติ์มาสอบอีกครั้งยังไม่ได้มีการกำหนดวัน และเวลา"
    พ.ต.อ.สมเกียรติระบุ



    Comments

    THEN