• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2560
         

    สศช. เร่งเดินหน้าอีอีซี

    [post_view]

    วันนี้ (20 มี.ค.60) – สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า
    ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการจัดทำงบประมาณในลักษณะบูรณาการเชิงยุทธศาสตร์ ประจำปี
    งบประมาณ 2561 ในส่วนของงบประมาณการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหน่วยงานต่างๆ ได้นำเสนอคำขอ
    เข้ามา แยกเป็นการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหน่วยงานต่างๆ 17,299.2483 ล้านบาท และโครงการพัฒนา
    ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี มีคำเสนอของบประมาณเข้ามา 11,732.7971 ล้านบาท โดยแยกเป็น
    การปรับเพิ่มจากวงเงินที่ได้รับการอนุมัติในปีงบประมาณ 2560 พอสมควร โดยส่วนใหญ่เป็นการของบประมาณ
    ในโครงการก่อสร้างและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษรวมทั้ง การเชื่อมโยงพื้นที่กับ
    เส้นทางคมนาคม อื่นๆ ซึ่งคำเสนอของบประมาณจะเสนอครม.อนุมัติพร้อมกับรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.
    งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2651 ในการประชุม ครม. ในเดือน เม.ย.นี้ 

    ทางด้าน นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า สำนักงบฯ ได้รับคำของบประมาณ
    เรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน และโครงการอีอีซี ในปี 2561 แล้ว ซึ่งจะต้องนำมาพิจารณาความเหมาะสม
    เร่งด่วนของการใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ อีกครั้ง รวมทั้งการพิจารณาทบทวนเป้าหมายและตัวชี้วัดของ
    โครงการให้มีความสอดคล้องกับงบประมาณที่จะได้รับการจัดสรร และพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของโครงการ
    ให้เหมาะสมกับการลงทุน 

    ทางด้าน พล.ร.ต.วรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการ การท่าอากาศยานอู่ตะเภา กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลประกาศ
    นโยบายการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 รองจากสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบิน
    ดอนเมือง ได้ทำให้มีผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินอู่ตะเภาเพิ่มขึ้น 70% โดยในปี 2559 มีผู้โดยสารกว่า 7
    แสนคน มีเที่ยวบินกว่า 8,000 เที่ยว จากที่ในปี 2557 มีผู้ใช้บริการ 1.5 แสนคน และ 1.7 แสนคน ในปี 2558 

    สนามบินอู่ตะเภาจะเปิดเทอร์มินอลใหม่ภายในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 3 ล้านคนทันที
    และเมื่อเอาระบบเทคโนโลยีมาช่วย เช่น ระบบเช็กอินด้วยตัวเอง จะสามารถรองรับได้ 5 ล้านคน โดยยังไม่ต้อง
    สร้างเทอร์มินอลเพิ่ม

    Comments

    THEN