• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
         

    “ซูพีเรีย”รับอสุจิเบิกจากที่นี่  มีเอกสารยันเป็นของคนไข้จริง 

    [post_view]

    วันที่ 21 เม.ย.60- เมื่อเวลา 14.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารวานิช 2  ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ว่า นายศรายุธ อัสสมกร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที กล่าวถึงกรณีผู้ถูกจับกุมที่ด่านพรหมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาวจ.หนองคาย เนื่องจากมีของกลางเป็นถังไนโตรเจน 1 ถัง ภายในบรรจุหลอดใส่อสุจิ 6 หลอดของบุคคล 2 คนสัญชาติจีนและเวียดนามเตรียมนำข้ามไปฝั่งสปป.ลาว โดยผู้ต้องหามีการพาดพิงถึง 4 คลินิกที่กทม.เป็นแหล่งรับอสุจิ หนึ่งในนั้น คือ ศูนย์ซูพิเรีย เอ.อาร์.ที 

    โดยนายศรายุธเเถลงว่า หลังจากปรากฏในข่าวว่ามีหลอดอสุจิของศูนย์ฯด้วย จึงได้มีการตรวจสอบพบว่า 2 ใน 6 หลอดเป็นของทางศูนย์จริง   โดย 2 หลอดเป็นของคนไข้คนละคน  คือเป็นชาวจีนและเวียดนาม และมีการมาขอเบิกอสุจิออกไปจากศูนย์ในวันที่ 17 และ 19 เม.ย.  โดยคนไข้ที่เป็นเจ้าของอสุจิไม่ได้มารับด้วยตนเอง แต่มีการมอบอำนาจให้คนไทยมารับอสุจิแทน  แต่เป็นคนๆเดียวกันทั้ง2 ครั้ง  ซึ่งศูนย์ฯได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆอย่างเข้มงวดแล้วว่า  คนไข้ได้มีการมอบอำนาจจริง รวมทั้งคนไข้ได้เซ็นเอกสารหลักฐานต่างๆอย่างถูกต้อง 4 แผ่นว่า  อสุจิที่ต้องการเบิกนั้น เป็นของคนไข้ที่มาขอเบิกจริง  เช่น พาสปอต ใบมอบอำนาจและหนังสือสัญญาการฝากอสุจิ

    "คนไข้ให้เหตุผลว่าต้องการนำไปรักษาต่อที่คลินิกแห่งอื่น ศูนย์ฯต้องดำเนินมอบให้ตามความต้องการของคนไข้เจ้าของอสุจิเพราะเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของคนไข้ แต่ศูนย์ฯได้บอกและย้ำเสมอว่า การนำเข้า- ส่งออกอสุจิออกนอกประเทศเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย"

    นายศรายุธ  กล่าวด้วยว่า คนไข้ทั้ง 2 รายนั้นได้เข้ามาขอคำปรึกษาการรักษาผู้มีบุตรยากกับศูนย์ฯ โดยหลังจากปรึกษากับแพทย์และเจ้าหน้าที่ คนไข้มีความประสงค์จะทำการเก็บอสุจิ    ซึ่งปกติศูนย์ฯมีบริการรับฝากอสุจิเเละรับฝากไข่อยู่แล้ว คล้ายๆกับธนาคารที่รับฝากเงิน มีกระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย เเละมีการตรวจสอบเอกสารของคนไข้แต่ละรายอย่างละเอียด  โดยมีการทำสัญญารับฝากอย่างชัดเจน

    "ผู้ที่มารับบริการเรื่องการมีบุตรยากที่ศูนย์เป็นคนไทย 20% และต่างชาติ 80% เช่น กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ เอเชียและแอฟริกาใต้" 

    "อสุจิ 2 หลอดที่จ.หนองคายที่มีสัญลักษณ์ของศูนย์ฯนั้น มีการเบิกไปจากที่นี่จริง ตามความประสงค์ของคนไข้ที่เป็นเจ้าของอสุจิ และศูนย์ฯต้องดำเนินการมอบให้ตามสิทธิของคนไข้ โดยคนไข้จะระบุเหตุผลว่า ต้องการเอาไปรักษาที่คลินิกอื่นต่อไป ซึ่งการมาขอรับอสุจิคืนไปนั้น คนไข้ไม่จำเป็นต้องแจ้งกับศูนย์ฯว่า อสุจิที่นำไปมีปลายทางที่ใด เมื่อศูนย์ฯมอบอสุจิให้ไปแล้วก็ถือว่าจบ ในส่วนของการขนส่งหรือนำอสุจิต่อไปที่ใดนั้น ศูนย์ฯไม่ได้รับรู้และมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นในการขนส่ง การขนส่งเคลื่อนย้ายคนไข้จะเป็ยคนดำเนินการเอง และที่ศูนย์ฯก็มีคนไข้มาเบิกอสุจิเสมอ”นายศรายุธกล่าว

        
    นายศรายุธ กล่าวอีกว่า ศูนย์ฯไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกจับกุมแต่อย่างใด และไม่เคยมีการว่าจ้างผู้ถูกจับกุมให้ขนส่งอสุจิไปยังประเทศเพื่อนบ้านตามที่ตกเป็นข่าว เพราะที่ผ่านมาศูนย์ฯไม่เคยให้การสนับสนุนการอุ้มบุญ หรือการซื้อขายอสุจิ ขายไข่เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรม ซึ่งศูนย์ฯเตรียมที่จะมีการแจ้งความเอาผิดผู้ที่กล่าวหาพาดพิงศูนย์ฯในเรื่องนี้ต่อไป

    Comments

    THEN