• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
         

    เปิดเบื้องหลังสายด่วนแห่งชาติ สตช.หักสพฉ.งบบาน6พันล้าน

    [post_view]

    วันนี้ (16 พ.ค. 60) – จากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เตรียมเสนอวาระใหที่ประชุมครม. พิจารณาเพื่อขอใช้เงินจากองทุน กทปส. ของ กสทช. กว่า 6,700 ล้านบาท ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำไปปรับปรุงการให้บริการเลขหมายฉุกเฉิน 191 เป็นหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติเลขหมายเดียวของไทย

    สปริงนิวส์ได้ตรวจสอบ พบว่า จุดเริ่มต้นโครงการนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2558 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีหนังสือให้ผบ.ตร. เสนอร่างกฎหมายหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติ เพื่อเปิดช่องทางรับแจ้งเหตุข้อมูลข่าวสารที่เป็นสากล จากการประชุมคณะอนุกรรมการปราบปรามการค้ามนุษย์

    ต่อมาในเดือนเม.ย. 2558 คณะกรรมาธิการปฏิรูประบบสาธารณสุข สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสนอ เรื่องการปฏิรูประบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินหมายเลขเดียว 112 ให้พิจารณาเห็นชอบในหลักการปฏิรูประบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ด้วยการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ โดยใช้หมายเลข 112 และให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเริ่มแรก

    พร้อมกับเสนอให้รัฐบาลตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติให้กับสพฉ. งบประมาณเริ่มต้นในปีแรกเพียง 171 ล้านบาท และในปีถัดไป เป็นงบดำเนินการเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 5 ของงบดำเนินการ เพื่อใช้ในการซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์ ตำกว่าข้อเสนอของสตช. ที่จะใช้งบปรับปรุงการให้บริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติเลขหมายเดียว หรือหมายเลข 191 กว่า 6,716 ล้านบาท

    ต่อมาในวันที่ 12 มิ.ย. 2558 สตช. ทำหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร ให้สตช. ร่วมกับสำนักงานกสทช. ศึกษาวิเคราะห์แนวทางการดำเนินการให้มีหมายเลขฉุกเฉินหมายเลขเดียว จากนั้นอีก 20 วัน ในวันที่ 2 ก.ค. 2558 สตช.ทำหนังสือ ถึงเลขาครม. ขอให้นำร่างพ.ร.บ.เข้าพิจารณาในครม. โดยกำหนดให้หมายเลข 191 เป็นหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ

    แต่ในวันที่ 14 ก.ค. 2558 ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน โดยให้ใช้หมายเลข 911 เป็นหมายเลขกลาง พล.อ.ประวิตรจึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหาข้อยุติ โดยพล.อ.ประวิตรได้มอบหมายให้พล.ต.อ.วัชรพล ประสานราชกิจ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี(ในขณะนั้น) เป็นประธานการประชุมแทนในวันที่ 10 ส.ค. 2558 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้หมายเลข 191 เป็นหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ โดยอ้างว่าประหยัดงบประมาณ และประชาชนจดจำได้ 

    จากนั้นกสทช.ได้จ้างบริษัทเอกชนศึกษาออกแบบระบบฯ เสนอให้ตั้งเป็นศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ต่อยอดระบบศูนย์ 191 กระทั่งในเดือนพ.ย. 2559 สตช.ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านพล.อ.ประวิตร เพื่อนำเรื่องการจัดให้มีบริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติหมายเลขเดียว เข้าพิจารณาในครม. แต่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สั่งการให้สตช. ศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจาก เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีค่าใช้จ่ายสูง ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบ

    วันที่ 14 ธ.ค. 2559 สตช. ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านพล.อ.ประวิตร ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการดำเนินโครงการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ พร้อมระบุ ให้กสทช. สนับสนุนค่าใช้จ่าย จากกองทุน กทปส. 2 ระยะ ในการติดตั้งระบบงานส่วนกลาง และจัดตั้งระบบส่วนที่เหลือ 

    วันที่10 มี.ค. 2560 สตช. ทำหนังสือถึงพล.อ.ประวิตร ให้พิจารณาเรื่องนี้เป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ต้องเร่งดำเนินการในปีงบประมาณ 2560 โดยอ้างว่าเหตุฉุกเฉินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และรุนแรง และนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้ใช้งบประมาณจาก กองทุน กทปส. ซึ่งมีระเบียบและกฎหมายรองรับ ก่อนเรื่องดังกล่าวจะถูกเสนอให้ครม.พิจารณา เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่พล.อ.ประวิตรขอถอนเรื่องออกไปก่อน



    Comments

    THEN