• ไทย
  • English
  • ไทย
  • English
  • วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
         

    “ธนาคารโลก” ไม่เห็นด้วยใช้ม.44 รถไฟไทย-จีน

    [post_view]

    ธนาคารโลก ชี้ไทยควรใช้วิธีเปิดประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดของโลก และ เกิดความโปร่งใส  ขณะที่ผู้ผลิตเหล็กของไทย เรียกร้องรัฐบาลใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศ กังวลรัฐเอื้อประโยชน์ยกเว้นภาษีนำเข้าและคุณภาพเหล็กไม่ได้มาตรฐาน

    วันที่ 16-6-60-นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก ยอมรับว่าที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามเร่งรัดการปฏิรูปประเทศไทยในหลายด้าน แต่ในกรณีการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนด้วยวิธีเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลจีนเป็นรูปแบบที่ไม่ดีมาตั้งแต่ต้น โดยเห็นว่าควรจะมีการเปิดกกว้างให้ผู้สนใจเข้ามาแข่งขันการประมูลเพื่อที่จะให้ไทยได้ระบบเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของโลกมาใช้ รวมทั้งสร้างความโปร่งใส โดยมองว่าแผนโครงการดังกล่าวไม่ดีมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ส่วนแผนการลงทุนขนาดใหญ่อื่นโดยภาพรวมถือว่าดี โดยเฉพาะการตั้งระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ทำให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว
     
    ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการเหล็กไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลจะให้สิทธิพิเศษกับจีนนำเข้าเหล็กจากจีนทั้งหมดมาใช้ในโครงการ โดยนายนาวา จันทนสุรคน นายกสมาคมแผ่นรีดร้อนไทย กล่าวว่าหากรัฐบาลกำหนดเงื่อนไขให้จีนนำเหล็กเข้าก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ – นครราชสีมา ทั้งหมด จะกระทบกับผู้ผลิตเหล็กในประเทศอย่างหนัก โดยเฉพาะเหล็กที่ไทยสามารถผลิตรองรับโครงการนี้ได้ เช่น การสร้างสถานีรถไฟในการทำหลังคา ที่ต้องใช้เหล็กแผ่น  เหล็กท่อ ส่วนโครงสร้างคอนกรีตผนังอาคาร ใช้เหล็กเส้น และ เหล็กแผ่นรีดร้อน ส่วนเหล็กที่ใช้ทำรางรถไฟความเร็วสูงต้องเป็นเหล็กพิเศษที่ไทยยังผลิตไม่ได้จะต้องนำเข้าจากจีนซึ่งผู้ประกอบการไทยยอมรับได้ ทั้งนี้สมาคมเหล็ก 7 สมาคมจะประสานกันในนามสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ต่อรองกับกระทรวงคมนาคมให้เจรจากับจีนใช้เหล็กที่ผลิตจากในประเทศด้วย โดยมองว่าการที่จีนพยายามใช้เหล็กในประเทศตัวเองในโครงการนี้เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดของสหรัฐ 
     
     
    ด้านนายวิกรม วัชรคุปต์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการบริหารของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียน ระบุว่าแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กของรัฐบาลประเทศต่างๆในอาเซียน มีเป้าหมายสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับผู้ประกอบการเหล็กในประเทศ ซึ่งไทยควรศึกษารูปแบบจากประเทศอื่นมาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะขณะนี้รัฐบาลมีแผนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จำนวนมาก เช่น รถไฟฟ้าและรถไฟทางคู่ ควรใช้มาตรการคล้ายกับอินเดียและมาเลเซีย เช่น อาจจะเรียกว่า Buy Thai Steel Policy ซึ่งแม้แต่สหรัฐฯ ยังประกาศนโยบาย Buy America สนับสนุนการใช้เหล็กที่ผลิตในประเทศ 

    ขณะที่นายเภา บุญเยี่ยม เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน ยอมรับว่ากังวลการใช้ ม.44 ดำเนินโครงการฯจะเปิดช่องเอื้อประโยชน์ให้ผู้ผลิตเหล็กนำเข้ามาใช้ในโครงการอย่างไร โดยเฉพาะการยกเว้นภาษีนำเข้า รวมทั้งคุณภาพมาตรฐานเหล็กจีน ซึ่งต้องเฝ้าติดตามต่อไป นอกจากนี้อยากให้รัฐบาลทบทวนการใช้เหล็กในประเทศด้วย เพราะระดับกำลังการผลิตเหล็กขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 30-40 เท่านั้น 



    Comments

    THEN