เรื่องร้อนรอบวัน : อลเวงกันต่อไป “หวย30ล้าน” กาญจนบุรี

ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แพร่คลิปเสียง บุคคลปริศนา เอี่ยวหวย 30 ล้าน จำนวน 4 คลิป พาดพิง ‘ผบช.ก. – ผบก.ป.’ อ้างมีการต่อรอง

แฟนเพจเฟซบุ๊ก “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” ได้โพสต์คลิปเสียงพร้อมระบุข้อความ ใจความ คลิปนี้ ทางชมรมฯ ไม่รับรองว่าเป็นเสียงใคร แต่เป็นคลิปเสียงที่ได้มาจากพลเมืองดีจากต่างประเทศ คำสนทนาของบุคคลในคลิปเป็นการใส่ร้าย พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และแอบอ้างผู้ใหญ่อีกหลายท่าน โดยปล่อยออกมาถึง 4 คลิป

“ฐิติราช” ผบช.ก. เมินถูกพาดพิง ห่วงกระแสปั่นโซเซียล

พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยัน ว่าไม่กังวลกับคลิปเสียงที่เป็นนางสาวกนกพรรรณ หมวกไสว หรือฟ้า คนสนิทครูปรีชา กล่าวพาดพิงรับผลประโยชน์ ว่าไม่มีความกังวล แต่ยอมรับว่ารู้สึกหวั่นไหวกับโซเชียลมีเดีย ที่ผู้ใช้งานมีความเชื่อคล้อยตามคลิปเสียง โดยไม่ได้มีการตรวจสอบ

เพราะที่ผ่านมา ได้กำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอดทน ไม่โต้ตอบ แต่เมื่อตำรวจนิ่ง กลับมีกระแสการรับเงินเกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่เคยพูดคุยหรือรู้จักกับนางสาวกนกพรรณ มาก่อนหน้านี้ ส่วนผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกกล่าวหาจะฟ้องกลับหรือไม่ถือเป็นสิทธิ ซึ่งชุดทำงานจะมีการพิจารณาคลิปเสียงว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่  ขณะที่ความคืบหน้าของสำนวน มีความสมบูรณ์เกือบ 100 % แล้ว ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับชุดทำงานมาโดยตลอด และมั่นใจในพยานหลักฐานที่เชื่อว่าจะสามารถสรุปสำนวนให้พนักงานอัยการได้ภายในสัปดาห์นี้

ผบ.ตร. แจงมีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงคดีสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ว่า ส่วนกรณีคลิปเสียงพาดพิงถึงตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนาย ขอเวลาตรวจสอบ หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครจะต้องดำเนินการ โดย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวล ทั้งเรื่องคลิปเสียงและกลุ่มพยาน นายปรีชา ใคร่ครวญ ฟ้องร้อง และพร้อมพิจารณาฟ้องร้องกลับ

 

ดร.สุกิจ พูนศรีเกษม ทนาย “ฟ้า” คนสนิทครูปรีชา แจ้งความ “อัจฉริยะ” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่อฯ หมิ่นศาล

 

ดร.สุกิจ พูลศรีเกษม ทนายความ น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ “ฟ้า” พยานฝั่ง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ผู้ต้องหาดคีหวย 30 ล้าน จ.กาญจนบุรี เดินทางมายื่นหนังสือต่อ นายสราวุฒิ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบการไลฟ์สดของ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ว่ามีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม และใช้ข้อความเข้าข่ายดูหมิ่นอำนาจศาล

นายสุกิจ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา นายอัจฉริยะได้ทำการไลฟ์สดทางยูทูป ซึ่งมีใจความว่ามีทนายสายโจรทำการค้าสำนวนกับอัยการและศาล โดยมีพฤติการณ์ปกปิดการกระทำของทนายสายโจรมาตลอด ซึ่งบุคคลดังกล่าวอาจมีส่วนร่วมกระทำผิดด้วย หากปล่อยให้ระรานผู้อื่นและดูหมิ่นกระบวนการยุติธรรมลักษณะดังกล่าว โดยไม่มีใครมาระงับยับยั้ง เพจดังกล่าวอาจจะสร้างอิทธิพลให้กับตัวเองและผู้อื่นได้

อีกทั้งการกล่าวหากระบวนการยุติธรรมและให้ร้ายสถาบันศาลว่ามีการค้าสำนวนเรียกรับเงินนั้น ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมเกิดความเสียหาย ตนเองจึงได้นำหลักฐานเป็นแผ่นซีดีบันทึกคลิปวีดีโอไลฟ์สดของนายอัจฉริยะ มามอบให้กับเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เพื่อทำการตรวจสอบการกระทำดังกล่าว ว่าเข้าข่ายดูหมิ่นศาลหรือไม่

อย่างไรก็ตาม นายสุกิจ ยืนยันว่าจะทำการฟ้องนายอัจฉริยะและตำรวจรวม 18 นาย ฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบในคดีหวย 30 ล้าน จ.กาญจนบุรี และในตนเองจะเดินทางเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราปรามให้ดำเนินคดีกับ นายอัจฉริยะ ในความผิดฐานดูหมิ่นอำนาจศาลต่อไป

ดร.สุกิจ ลั่น! ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับ ฟ้า อีกต่อไป

ดร.สุกิจ พูนศรีเกษม ที่ปรึกษาคดีสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 30 ล้านบาท จ.กาญจนบุรี และเป็นทนายความให้ นายนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ นายแผน พยานคนสำคัญ ได้นำหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อจะแจ้งความเอาผิด นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ในฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

โดย นายสุกิจ กล่าวว่า กรณีที่นายอัจฉริยะ เอาคลิปมาลงโซเซียล ทำให้ตนเองเกิดความเสียหาย ซึ่งไม่มีที่มาที่ไปว่าเป็นของใคร แต่มีการยืนยันหลักฐานอย่างชัดเจน ส่วนกรณีที่ น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า คนสนิทของครูปรีชา ใคร่ครวญ ระบุเป็นคนในคลิปเสียง อ้างอิงถึง พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น ยอมรับว่าตนเองไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว และไม่เคยมีความสนิทสนมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย ซึ่งไม่มีส่วนไหนที่เป็นความจริง

ส่วนที่จะเอาผิด นางสาวกนกพรรณ หรือไม่นั้น ต้องดูการตรวจสอบว่าคลิปเป็นไปตามที่ น.ส.กนกพรรณ อ้างว่าถูกตัดต่อจริงหรือไม่ ซึ่งนำหลักฐานมาให้ ทางตำรวจช่วยพิจารณาด้วย โดยหลังจากนี้ ยืนยันจะไม่มีการติดต่อและไม่ช่วยเหลือทางคดีกับนางสาวกนกพรรณ อีกเด็ดขาด ส่วนความรู้สึกในขณะนี้ถือว่าไม่มีความโกรธใดๆทั้งสิ้น เพราะคนมีปาก อยากจะพูดก็พูดไป

คืบคดี พล.ต.ต.สุทธิ อดีต ผบก.กาญจน์ ผิด ม. 157

พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เปิดเผยว่าในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ จะสรุปสำนวนคดีที่ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ปฎิบัติหน้าที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. ในความผิดมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเข้าแทรกแซงสำนวนคดีชิงสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 30 ล้านบาท ให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดภายในสิ้นเดือนนี้

ส่วนสำนวนของ นายปรีชา ใคร่ครวญ , นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และนางสาวพัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ผู้ต้องหาในคดีสนับสนุน ให้พล.ต.ต.สุทธิ กระทำผิด ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงยังไม่ส่งสำนวนในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 3 แต่จะรอจนกว่าสำนวนจะเสร็จสมบูรณ์ก่อนจึงจะส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณา

 

ปปป. ส่งสำนวนคดี ให้ ป.ป.ช. ชี้มูลแล้ว ขาดจากราชการหรือไม่ รอพิจารณา

 

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ส่งสำนวนคดีปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดกาญจนบุรี ให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. พิจารณาชี้มูลความผิด ส่วน พล.ต.ต.สุทธิ อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายกฎหมายจะต้องขาดราชการหรือไม่ แต่เวลานี้ พล.ต.ต.สุทธิ ยังปฏิบัติ หน้าที่ ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามปกติ