โลกโซเชียลประชดเเหลก! ถอดกระบะทำเตียงนอน

วันที่ 5 เม.ย.60 คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 14-15/2560 เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายจราจรของรถยนต์ส่วนบุคคลและรถสาธารณะ และให้เริ่มบังคับใช้จริงจังตามคำสั่งดังกล่าวและกฎหมายจราจรที่เกี่ยวข้อง โดยวันนี้(5 เม.ย.) เป็นวันแรก

ความเห็นที่มีการวิจารณ์เรื่องนี้มีทั้งบวกเเละลบ เพราะกระเเสวันนี้คนส่วนใหญ่ในสังคม "ค้านเรื่องนี้เเบบเต็มๆ" รวมทั้งมีหลากลีลาการประชดประชันในการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ เเม้กระทั่งคนในวงการเดียวกันยังมองการบังคับใช้กฎหมายฉบับเดียวกันที่เเตกต่างกันไป

เริ่มจากผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เมืองชุมพร ที่สังคมออนไลน์มีการแชร์เเละกดไลค์เฟซบุ๊คที่โพสต์โดย Aggarach Hoonngaum ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของ พ.ต.ท.เอกราช หุ่นงาม สภ.สลุย จ.ชุมพรเป็นจำนวนมากนั้น สะท้อนอะไรได้หลายมุม…. เพราะพ.ต.ท.เอกราช โดยโพสต์ระบุถึงนโยบายห้ามคนนั่งกระบะหลังว่าการออกกฎหมายไม่ควรก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนและควรฟังเหตุผลของคนทุกระดับ เเละล่าสุดผู้บังคับบัญชาของพ.ต.ท.เอกราชได้สั่งสอบวินัยในเรื่องนี้เเล้ว

Capturedds

ขณะเดียวกันสังคมออนไลน์ต่างงัดมุมภาพเเละไอเดียการประชดเรื่องนี้ เช่น การเเชร์ภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ "น้องต้น คาถาขอหวย" ซึ่งโพสต์คลิปนำลูกสาวใส่ลังกระดาษ จากนั้นนำไปวางไว้ที่แคปของรถกระบะ พร้อมระบุว่า "พ่อขอโทษนะลูก ก้มหัวลงๆ ถ้าเห็นตำรวจ ให้ก้มหัว เราจำเป็นเราต้องเฮ็ด เราบ่มีเงิน ถ้าจะไปกับพ่อกับแม่ต้องทำแบบนี้" ซึ่งสาเหตุที่ทำแบบนี้เพราะในห้องโดยสารด้านหลัง ไม่มีเข็มขัดนิรภัย เกรงว่าอาจโดนตำรวจจับปรับตามนโยบาลกวดขันกฏหมายจราจร

หรือบางคนเเชร์ภาพการสวนสนามของเจ้าหน้าที่รัฐหรือการใช้รถหกล้อบรรทุกเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติหน้าที่ หากยังยึดกฎหมายเคร่งครัด ตั้งเเต่วันนี้ภาพเเบบนี้คงไม่ได้เห็นกันอีก

17796661_629608010567266_2389041620196970074_n

การเผยเเพร่ภาพใบสั่งจากสภ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ที่โดนค่าปรับข้อหา "ใช้รถผิดประเภท"  โดยเเนบภาพคนนั่งท้ายรถกระบะเเนบใบสั่งไว้ข้างกัน…

17795803_1146258315483595_2518093527010174114_n-horz

นายธานี เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ที่โพสต์ภาพการเเห่นาคบนรถกระบะ โดยถามสั้นๆพร้อมภาพว่า "เเห่นาคได้ไหม"

5-4-2560 14-54-39

เเม้เเต่กูรูรถยนต์เมืองไทยอย่าง "พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ" ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงประเด็นนี้โดยมีข้อความว่าที่ส่งตรงถึง สร.1 เเบบเน้นๆในเรื่องนี้ว่า "ท่านจะเชื่อผมก็ได้ จะเชื่อคนรอบตัวท่านก็ได้ ประเทศนี้มีรถปิ๊คอัพวิ่งอยู่เกินครึ่งหนึ่งของรถทั้งหมดนะครับ สงกรานต์นี้ถ้าตำรวจทำหน้าที่เถรตรง คงจลาจลทั้งประเทศแน่ แล้วรถแห่พระพุทธรูปมาให้คนสรงน้ำ ที่เอาพระตั้งบนกระบะมีคนนั่งประคอง ทั้งคนประคองและพระพุทธรูปจะต้องโดนจับด้วยไหมครับ อย่าไปเทียบเคียงประเทศอื่นเลย ลักษณะการใช้รถและวิถีชีวิตมันต่างกันมาก …"

2017-04-05_16-25-37

บางคนก็ไอเดียสุดๆประชดกันเเบบพูดไม่ออกคือ นำกระบะหลังมาตกเเต่งภาพเป็นเตียงนอนไปเลย….

17800006_1291621717594537_3776146438982169026_n

ส่วนฝ่ายสนับสนุนการเข้มงวดกับเรื่องนี้นั้น อาจจะอ้างบทสรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน ของศปถ.(วันที่ 29 ธ.ค.59 ถึงวันที่ 4 ม.ค.60) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,919 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 478 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 4,128 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 36.59 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 31.31 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.82 รถปิคอัพ ร้อยละ 8.00 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 61.78 ถนนทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 36.92 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.49 เป็นข้อมูลป้องกันการสูญเสีย

ส่วนเหตุผลของผู้บังคับใช้กฎหมายนั้น สิ่งที่ พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. อธิบายวันนี้คือกล่าวว่า "การบังคับใช้กฎหมายในวันนี้เน้น

1.การไม่สวมหมวกนิรภัยสำหรับรถจักรยานยนต์  

2.การไม่คาดเข็ดขัดนิรภัยสำหรับรถยนต์ทุกประเภท  

3.การไม่มีใบอนุญาตขับขี่ เมาแล้วขับ และขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยให้กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดทั้งรถส่วนบุคคลและรถของหน่วยงานราชการด้วย ไม่มีข้อยกเว้น เเม้ช่วงแรกจะผ่อนปรนค่าปรับ โดยให้ตำรวจเป็นผู้ใช้ดุลพินิจไประยะหนึ่ง

983892_1244523468999892_9170661932649287235_n

4.รถโดยสารสาธารณะ 

5.การห้ามใช้รถผิดประเภท หรือการบรรทุกคนบริเวณท้ายกระบะ รวมแคปหลังของรถกระบะแบบ 2 ประตูนั้น ไม่สามารถทำได้ แต่จะมีการผ่อนปรนการบรรทุกผู้โดยสารภายในแคปเป็นกรณี โดยพิจารณาความจำเป็นและเดินทางไม่ไกลจะใช้การตักเตือน แต่หากพบการบรรทุกในเชิงรับจ้างขนส่ง จะถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนใช้รถขนส่งสาธารณะในการเดินทางกลับภูมิลำเนาแทน

แม้กระแสสังคมระบุว่ากฎหมายห้ามนั่งกระบะหลังและแคปไม่เอื้อกับคนรายได้น้อยนั้น ก็ต้องบอกว่าต้องไปแก้กฎหมาย ในเมื่อกฎหมายออกมาเช่นนี้ ตำรวจต้องทำตาม บังคับใช้กฎหมายนี้ ตนจะบอกให้ตำรวจทั่วประเทศละเว้นกฎหมายคงไม่ได้

6.การเล่นน้ำสงกรานต์  ห้ามเล่นน้ำบนท้ายรถกระบะขณะรถเคลื่อนที่โดยเด็ดขาด แต่สามารถขึ้นเล่นน้ำบนรถกระบะได้หากรถจอดในบริเวณที่จัดไว้สำหรับเล่นน้ำ หรือเคลื่อนตัวในจุดที่ปิดถนนเล่นน้ำ เเต่ไม่ใช่ถนนใหญ่ หากฝ่าฝืนถือมีโทษใช้รถผิดประเภท เเละคนขับมีความผิดฐานประมาทปล่อยให้มีผู้โดยสารในภาวะอันตราย"

17799960_400308690332440_4449682297053982114_n

ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่ข้อ 5 ที่ได้รับผลกระทบ อย่าลืมว่ารถกระบะในเมืองไทยวันนี้มีมากกว่า 6 ล้านคัน เพราะวันนี้หลายจังหวัดในเมืองไทยต่างใช้รถกระบะเป็นพาหนะที่บรรทุกคนเเละบรรทุกสิ่งของจนเป็นสิ่งพึงปฏิบัติในชีวิตประจำวันไปเเล้ว เเม้หลายจังหวัดเริ่มกวดขันเเละประชาสัมพันธ์กัน รวมทั้งยังพออะลุ่มอะล่วยในช่วงต้น เเต่เอาเข้าจริงเเล้ว มันจะไปทางใดระหว่างเข้มงวดกับการใช้กฎหมายหรือผ่อนปรนกับเรื่องนี้โดยพิจารณากันใหม่

ตัวอย่างหนึ่งที่มองกันได้เเบบหัวเราะทั้งน้ำตาในวันนี้คือ ตำรวจจ.หนองคาย กวดขันวินัยจราจรตามมาตรา 44 วันแรก โดยพ.ต.ท.อรรถศักดิ์ ศิริพาณิชย์ รองผกก.(ป.)สภ.เมืองหนองคาย ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร กวดขันวินัยจราจรบริเวณถนนเลี่ยงเมืองทางไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ตรวจพบผู้ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยถูกจับปรับแล้วกว่า 50 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่นั่งโดยสารด้านหลังไม่คาดเข็มขัดนิรภัย สำหรับผู้ใช้รถยนต์กระบะแบบแคป ปรากฏว่ามีผู้โดยสารนั่งมาในแคป โดยตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือน

17426403_10209125745889364_7805488368613243792_n

ส่วนชาว สปป.ลาวที่ข้ามเเม่น้ำโขงเข้ามาในไทยนั้น ส่วนใหญ่ด้านคนขับและนั่งข้างจะคาดเข็มขัดนิรภัย แต่คนนั่งเเคปไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย เจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับ ซึ่งชาวสปป.ลาวหลายคนยังไม่รู้ว่าทางการไทยมีกฎหมายเรื่องคาดเข็มขัดนิรภัยเข้มงวด ต้องยอมจ่ายค่าปรับ ซึ่งจะกลับไปบอกเพื่อนที่สปป.ลาวว่าถ้าจะข้ามมาฝั่งไทยต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกคน

ล่าสุด "โจอี้บอย" อภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต และ "อุ๋ย บุดดาเบลส" นที เอกวิจิตร สองศิลปิน ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านโลกโซเชียลถึงมาตรการดังกล่าว โดยอยากให้ภาครัฐเน้นปัญหาด้านจราจรที่สามารถลดอุบัติเหตุด้านอื่นๆก่อน เช่น เข้มงวดกับรถที่ขับขี่สวนเลน-ขับช้าทางเลนขวา

messageImage_1491384677378

messageImage_1491384722076