อะไรกัน…”ไทยแลนด์”? “น้ำท่วม-น้ำล้น-น้ำเน่า”

วันที่ 30 พ.ค.60–สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ อย่างที่จังหวัดสุรินทร์ น้ำได้ท่วมขังนาข้าวกว่า 7 หมื่นไร่ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาอย่างมาก

ผืนนาที่ถูกน้ำท่วมขังสะสม อยู่ภายในเขตเทศบาลตำบลระแง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องติดต่อกัน จนเอ่อล้นท่วมนาข้าว รวมกว่า 15 ตำบล 280 หมู่บ้าน ที่ชาวนาได้หว่านเมล็ดพันธุ์เอาไว้ และกำลังงอกงาม ในเนื้อที่กว่า 70,000 ไร่ ขณะกำลังได้รับความเสียหาย โดยทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เร่งนำเครื่องจักรกล เข้าขุดลอกเพื่อเปิดทางเร่งระบายน้ำแล้ว ขณะเดียวกัน ปริมาณน้ำจำนวนมากได้ไหลไปสมทบ ในพื้นที่ราบลุ่มอำเภอสำโรงทาบ ทำให้น้ำหลากท่วมสูงกว่า 30-70 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายในเบื้องต้นแล้ว

ขณะที่จังหวัดบุรีรัมย์ ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำป่าสะสม ไหลลงมาสมทบกับน้ำต้นทุนในเขื่อนห้วยยาง ตำบลดอนอะราง อำเภอหนองกี่ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุ 13.80 ล้านลูกบาศก์เมตร และเป็นอ่างต้นน้ำลำจักราชในจังหวัดนครราชสีมา ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนห้วยยาง และสูงเกินระดับกักเก็บประมาณ 10 เซนติเมตร โดยชาวบ้าน บอกว่าถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบเกือบ 10 ปี เพราะปกติน้ำจะล้นสปริลเวย์เขื่อนห้วยยาง ในช่วงเดือนกันยายน ถึงตุลาคม แต่ปีนี้ฝนมาเร็วและตกติดต่อกันหลายวัน น้ำจึงล้นออกสปิลเวย์ดังกล่าว และเริ่มส่งผลกระทบเอ่อท่วมนาข้าวกว่า 40 ไร่ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวนาเป็นอย่างมาก  

ด้านโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า แม้น้ำจะเกินระดับกักเก็บ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่เขื่อนยังมีความมั่นคงปลอดภัย และทางชลประทานได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเป็นอย่างดี รวมทั้งได้ระบายน้ำออก เพราะเกรงจะกระทบต่อผู้ที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ

ส่วนที่จังหวัดพิจิตร พื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่องอย่างที่ หมู่ 11 บ้านปากคลอง ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม ชาวบ้านยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าเสีย และมีสีดำ โดยนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ลงเรือตะเข้ ซึ่งเป็นเรือที่ประชาชนใช้สัญจรในช่วงประสบอุทกภัย เพื่อแจกจ่ายจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียชนิดน้ำ หรือ อีเอ็ม (EM) จำนวน 1,000 ลิตร ให้กับผู้ประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน กว่า 30 หลังคาเรือน ที่ต้องทนดมกลิ่นเหม็นรุนแรง ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพกาย และสุขภาพจิต เพื่อเป็นการบำบัดน้ำให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น พร้อมเตรียมมาตรการแก้ไขปัญหาระยะยาว ด้วยการซ่อมและสร้างประตูระบายน้ำ ควบคุมป้องกันน้ำท่วม