สุรพงษ์ขึ้นศาลสู้คดีพาสสปอร์ตทักษิณ

อดีตรมว.ต่างประเทศขึ้นศาลสู้คดี กรณีออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (15 มิ.ย. 60) – ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถนนแจ้งวัฒนะว่า นายสุนทร ทรงฤกษ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา พร้อมองค์คณะรวม 9 คน นั่งพิจารณาคดีครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.51/2560 ที่ ร้อยตำรวจตรี พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ในรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา ชี้มูลความผิดทางอาญา นายสุรพงษ์กรณีออกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกออกหมายจับในคดีร่วมกับนปช.ก่อการร้าย และคดีอื่นๆ ซึ่งขัดต่อระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ ว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 21 (2) (3) และ (4)

โดยอัยการ ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกาฯ เมื่อกลางเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งนายสุรพงษ์ ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัวพร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนิกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลทั้งนี้ นายสุรพงษ์ได้เดินทางมาพร้อมทนายความโดยนายสุรพงษ์ด้ใช้ไม้เท้าค้ำยันช่วยเดินกันล้ม

เมื่อถึงเวลานัด นายสุนทร ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนได้อ่านคำฟ้องโดยสรุปให้นายสุรพงษ์ จำเลยฟังว่า อัยการโจทก์ยื่นฟ้องว่าเมื่อวันที่ 25–26 ตุลาคม 2554 จำเลย ได้ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2554 ได้ลงนามในท้ายหนังสืออธิบดีกรมการกงสุล พิจารณาการออกหนังสือเดินทาง (พาสสปอร์ต) ในส่วนของประชาชนทั่วไป ของนายทักษิณ หลังจากที่รัฐมนตรีก่อนหน้าได้พิจารณาเพิกถอนพาสปอร์ตไป ซึ่งการกระทำนั้นทำให้มีการออกพาสปอร์ตให้กับนายทักษิณส่งผลให้กระทรวงการต่างประเทศได้รับความเสียหาย อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

ซึ่งนายสุรพงษ์ จำเลย ยืนยันให้การปฏิเสธ ตามคำให้การที่ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560

โดยองค์คณะฯ พิจารณาแล้ว จึงกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐานต่อไปในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ เวลา 09.30 น. และกำหนดวันนัดไต่สวนพยานทั่งสองฝ่ายในเบื้องต้นไว้ก่อน 3 วัน คือ วันที่ 24 , 29 ส.ค.และวันที่ 13 กันยายน ตั้งแต่เวลา 09.30–16.00 น.

ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คดีนี้ศาลอนุญาตให้ประกันตัว ตีราคาหลักทรัพย์ 3 ล้านบาทโดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล อย่างไรก็ดีเรื่องคดีในฐานะจำเลยไม่อยากพูดอะไรมาก

ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ตัวแทนนายสุรพงษ์ กล่าวถึงคดีว่า คดีมีการเตรียมความพร้อมนำพยานให้ศาลไต่สวนไว้แล้ว แต่จะมีพยานกี่ปากเราจะต้องรอดูหลังจากวันที่คู่ความได้ยื่นเอกสารต่อศาลแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพยานของอัยการฝ่ายโจทก์นั้น มีพยานบุคคลไม่เกิน 10 ปาก ขณะที่พยานซึ่งฝ่ายจำเลยเตรียมไว้ประมาณ 20 ปากซึ่งหลังจากนี้จะต้องรอดูการเสนอบัญชีพยานและประเด็นการไต่สวนของทั้งสองฝ่ายอีกครั้งในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ ก่อนที่องค์คณะฯ และคู่ความจะร่วมสรุปพยานที่จะเข้าไต่สวนว่าแต่ละฝ่ายจะได้ไต่สวนกี่ปาก