Breaking

น้ำทะลักหัวหิน-ทับสะเเกรถร่วงถนน-บางสะพานน้ำท่วมอก “ประยุทธ์”สั่งจัดการกับสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางระบายน้ำ 

น้ำทะลักหัวหิน-บ้านกรูดน้ำนอง-ทับสะเเกรถร่วงถนน "ประยุทธ์"สั่งจัดการกับสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางระบายน้ำ "เมืองคอน"พบศพชายหลังหายไป4วันพร้อมรถ-สุราษฎร์เตือนปชช.ริมน้ำตาปีระวังน้ำล้นตลิ่ง

–9มค.60–พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ค่อยข้างหนัก เพราะมีปริมาณฝนตกมากที่สุดในรอบ 30 ปี ประกอบกับมีการก่อสร้างในเขตเมืองที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายทำให้กีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำระบายลงทะเลได้ช้า ซึ่งหลังจากน้ำลดจะเร่งแก้ปัญหาทุกอย่าง โดยเฉพาะการระบายน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด ซึ่งถือเป็นวิธีเดียวที่สามารถทำได้ เพราะเป็นพื้นที่ติดทะเล หากระบายน้ำไม่ทันและมีน้ำทะเลหนุนก็จะเกิดน้ำท่วมสูงขึ้น ถือเป็นปัญหาซ้ำซากของประเทศไทยและไม่มีใครแก้ปัญหานี้ จึงต้องแก้ปัญหาทั้งระบบ

ประยุทธ์ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ เร่งฟื้นฟูทั้งระบบหลังน้ำลด วอนอย่าขวางรัฐ   
  

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงเหตุอุทกภัยในภาคใต้ว่า   ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนภาคใต้   โดยประชาชนสามารถบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้   ในส่วนของกรุงเทพมหานครสามารถบริจาคเป็นเงินลงไปในพื้นที่มากกว่า  เพราะมันไกลและเป็นภาระต่อการขนส่งสิ่งของในพื้นที่ เพราะน้ำท่วมมาก รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว ทั้งในระดับอำเภอ โดยมีรมว.มหาดไทย ทำหน้าที่บูรณาการยกระดับอุทกภัยให้เป็นระดับ 3   โดยสามารถบูรณาการข้ามเขตช่วยเหลือกันได้   ปัญหานี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องเตรียมการให้พร้อมเพื่อรับมือ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง
  
“ อย่ามัวทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องว่า  จะอะไร เมื่อไหร่ แล้วเกิดน้ำท่วมมันหายไหม ใครจะทำ ใครจะแก้ไข ไปหาตัวมาสิ ทั้งแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง เกษตร มีใครแก้ปัญหาได้ดีกว่าผมไหม สำหรับมาตรการเยียวยานั้น สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศออกไปแล้ว โดยเยียวยาตามที่รัฐบาลสามารถให้ได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่นึกจะให้เท่าไหร่ก็ให้ ส่วนการเยียวยาอื่นๆนอกจากนี้ ก็กำลังพิจารณาอยู่ หากเห็นว่าประชาชนลำบาก เดือดร้อน ก็จะเพิ่มมาตรการเยียวยาเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะอนุมัติเงิน 9 ล้านบาท ” นายกฯ กล่าว
  
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า น้ำท่วม จังหวัดภาคใต้ ถือว่าอาการหนัก เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุดในรอบ 30 ปี และโดยรอบเป็นพื้นที่ภูเขาและทะเล     เมื่อน้ำไหลลงมาจากภูเขา เข้าสู่เมืองจึงเกิดน้ำท่วม เพราะก่อนหน้านี้ เมืองค่อนข้างจะสะเปะสะปะ เพราะทุกคนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายก่อสร้างกีดขวางทางน้ำ โดยหลังจากน้ำลด รัฐบาลจะเร่งทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาการระบายน้ำลงทะเลให้ได้มากที่สุด ดังนั้นขออย่าขัดขวางรัฐบาล และยังต้องการแก้ไขปัญหาทั้งระบบไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ฝนแล้ง เพราะเมื่อระบายน้ำออกหมด ไม่นานก็จะเกิดปัญหาฝนแล้ง
 
“ นี่คือผลงานของใคร ใครจะพูดอะไรก็พูด แต่ผมยังมีกำลังกาย กำลังใจ ที่จะทำต่อไป อยากฝากประชาชนให้ช่วยกันดูด้วยก็แล้วกัน หลายคนเร่งให้แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำทั้งที่เราแก้ทุกวัน และแก้ไขทั้งหมด ทั้งปัญหาซ้ำซ้อน เศรษฐกิจ การขนส่ง แต่ถ้ามันดีอยู่แล้วก็คงไม่ต้องทำอะไร ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมการฟื้นฟูพื้นที่ต่างๆที่ถูกนำท่วมหลังน้ำลด และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลจะดูแลเยียวยาให้มากที่สุด

ขณะที่การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ( สปท. )ได้หารือเรื่องการช่วยเหลือปัญหาอุทกภัยในภาคใต้ ซึ่งได้ขอความร่วมมือสมาชิก สปท. ทุกคนหักเงินเดือน จำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดย พลตำรวจโทสุวิระ ทรงเมตตา และนายเสรี สุวรรณภานนท์ อาสาสำรองจ่ายเงินจำนวนรวม 1 ล้านบาทไปก่อน เพื่อความรวดเร็วในการช่วยเหลือปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ แล้วค่อยให้สมาชิกทั้งหมดหักเงินเดือนคนละ 5,000 บาท คืนให้กับ พลตำรวจโทสุวิระ และนายเสรี ในภายหลัง 

สถานการณ์น้ำท่วมในตอนนี้นั้น หลายจังหวัดกำลังประสบชะตากรรมที่ไม่เเตกต่างกัน ล่าสุดชาวบ้านอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ต้องเจอทั้งพายุฝนเเละน้ำที่ไหลหลากในเขตอำเภอ

ส่วนชาวบ้านบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพานซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เคยประสบวาตภัย"ไต้ฝุ่นเกย์"เมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น ตอนนี้์ระดับน้ำเเพร่กระจายไปทั่วพื้นที่

ขณะที่ถนนหลายสายในอ.ทับสะเเก น้ำป่าที่ไหลหลากมีความเเรง สามารถพัดรถยนต์ร่วงตกลงร่องกลางถนนได้

พบศพชายเมืองคอนหลังหายไป4วันพร้อมรถ-สุราษฎร์เตือนปชช.ริมน้ำตาปีระวังน้ำล้นตลิ่ง

–9มค.60–ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ค้นหานายปราโมทย์ ชูแก้วอายุ 46 ปี ชาวบ้านต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ที่ถูกกระแสน้ำซัดจนสูญหายไปพร้อมรถยนต์เก๋งฮอนด้าซิตี้  เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 ม.ค. และในช่วงเช้าพบเพียงซากรถ เจ้าหน้าที่ได้ค้นหาอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาได้พบร่างของนายปราโมทย์ ถูกกระแสน้ำซัดไปติดกับกอไผ่ที่บริเวณหน้าวัดถ้ำใหญ่ หมู่ที่ 8 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 5 กิโลเมตร  ขณะที่นางพะเยาว์ ชูแก้ว ภรรยาของนายปราโมทย์ยืนยันว่า เป็นร่างของสามี  ซึ่งนับเป็นชาวบ้านรายที่ 19 ที่เสียชีวิตในจ.นครศรีธรรมราช จากสาเหตุอุทกภัย

ส่วน จ.นครศรีธรรมราชนั้น  พื้นที่รับน้ำจากลุ่มน้ำปากพนังอ.ปากพนังในหลายจุด ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตร เช่น สวนส้มโอทับทิมสยาม  เเม้ก่อนหน้านี้1 เดือนเกษตรกรพยายามกู้จากภาวะน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อสวนมาแล้วครั้งหนึ่งและกำลังเริ่มฟื้นตัว  เเต่ตอนนี้ปรากฎว่า น้ำท่วมครั้งนี้ถึงขั้นทำให้สวนส้มโอส่งออกของอ.ปากพนังที่สร้างรายได้ปีละนับพันล้านบาทอาจถึงขั้นล่มสลาย  เเละตอนนี้มวลน้ำมหาศาลกำลังไหลเข้าสู่พื้นที่จ.นครศรีธรรมราช  ซึ่งเป็นการไหลตามธรรมชาติเพื่อรอการระบายลงสู่อ่าวไทย  แต่พื้นที่อยู่อาศัยชุมชน รวมทั้งพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง   ในขณะที่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง  อาทิ.อ.หัวไทร อ. เชียรใหญ่ อ.ปากพนัง อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.เมือง ระดับน้ำยังคงท่วมสูงโดยส่วนราชการ เช่นกองทัพเรือกำลังเร่งช่วยเหลือชาวบ้านเเละติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ


ส่วนจ.สุราษฎร์ธานี  ระดับน้ำในแม่น้ำตาปีล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ อ.เวียงสระ,อ.พระแสง เเล้วเเละทวีความสูงขึ้นเรื่อย โดยไหลเข้าท่วมสะพานข้ามคลองน้ำหัก ต.ทุ่งหลวง อ.เวียงสระ  เขตติดต่ออ.เวียงสระและอ.พระแสง   จนทรุด  เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงเข้าตรวจสอบความแข็งแรงของคอสะพาน พร้อมนำก้อนหินขนาดใหญ่ มาทับเพื่อขวางกระแสน้ำ และเปิดเส้นทางจราจรเส้นทางเดียว   หากน้ำทะลักเพิ่มขึ้น อาจตัดสินใจปิดสะพานนี้เพื่อความปลอดภัย  นอกจากนี้บริเวณถนนที่กั้นระหว่างคลองอิปันกับแม่น้ำตาปี ถูกน้ำไหลผ่านขาดเป็นช่วงๆ ประมาณ 2 กิโลเมตร  ยานยนต์ทุกชนิดไม่สามารถสัญจร ชาวบ้านออกมาไม่ได้ประมาณ 250 ครัวเรือนเดือดร้อนเพราะเดินทางไม่ได้  นอกจากนี้กระเเสน้ำยังไหลท่วมสวนยาง สวนปาล์ม ของชาวบ้านตำบลทุ่งหลวง อ.เวียงสระ  โดยกระแสน้ำไหลแรงจนบ้านบางหลังเอียงเเละใกล้ทรุด เสาไฟฟ้าโค่นเอน

ขณะนี้เจ้าหน้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าพื้นที่เเก้สถานการณ์ เพื่อไม่ให้เสาไฟฟ้าล้ม และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดไฟรั่ว  ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก  
เเละทางอบจ.สุราษฎร์ธานี ได้เเจ้งเตือนประชาชนตลอดแนวแม่น้ำตาปี เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง 

ขณะที่โรงเรียนนั้น เริ่มเปิดเรียนเป็นวันแรกหลังจากที่หยุดติดต่อกันมานาน  โดยในวันนี้ นักเรียนทยอยไปโรงเรียนกันตั้งแต่เช้า เว้นเเต่โรงเรียนบางแห่งที่ประสบน้ำป่าไหลผ่าน 20 โรงที่ยังเปิดการเรียนการสอนไม่ได้ เนื่องจากอาคารเรียน อุปกรณ์การเรียนพังเสียหาย   โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านคงคาล้อม อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ที่โรงเรียนได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ดินโคลนยังติดอยู่ในห้องเรียนจำนวนมาก  โดยผู้อำนวยการโรงเรียนเเห่งนี้ร้องขอความช่วยเหลือจากทหารให้ช่วยทำความสะอาด และปรับปรุงอาคารเรียนชั่วคราวให้เปิดเรียนได้ก่อนในเร็วๆนี้

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน