Breaking อาชญากรรม

BreakingNews : “ปปง.” อายัด “บูม จิรัชพิสิษฐ์” 210 ล้านฉ้อโกง-ฟอกเงินบิทคอยน์

ปปง.สั่งอายัดทรัพย์-ที่ดิน ‘บูม’ นักแสดงหนุ่ม จำนวน47ล้าน พร้อมอายัดทรัพย์พี่ชาย-พี่สาว และพวก รวม210ล้าน ในคดีฉ้อโกง-ฟอกเงินหลอกต่างชาติร่วมลงทุนหุ้น

เว็บไซต์สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.174/2561 มีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับข้องกับการกระทำความผิด กรณีนายปริญญา จารวิจิต พี่ชาย นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงจากซีรี่ย์ดัง ร่วมกับพวกมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา อันมีลักษณะเป็นปกติธุระและฐานความผิดร่วมกันฟอกเงินวางแผนและสมคบกันหลอกลวง

โดยได้ชักชวนให้ นายอาร์นี่ โอทาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ ร่วมลงทุนซื้อหุ้นกับบริษัท Expay Software จำกัด และ Nx Chain Inc ลงทุนประกอบธุรกิจซื้อขายสกุลเงินดิจิตอลในชื่อดราก้อนคอน dragon coin (DRG) และหุ้นของบริษัทดีเอสเอ 2002 จำกัด (มหาชน) โดยอ้างว่า เป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง เป็นเหตุให้นายอาร์นี่ หลงเชื่อลงชื่อในสัญญาที่ฝ่ายนายปริญญาจัดทำขึ้น และโอนเหรียญบิตคอยน์ซึ่งเป็นเงินดิจิตอลเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่กลุ่มนายปริญญาเปิดรองรับไว้รวม19ครั้ง คิดเป็นเงินไทย797ล้านบาท แต่นายอาร์นี่ไม่ได้รับหุ้นครบตามสัญญา และไม่มีการนำเงินไปลงทุนในหุ้นจริง จึงทราบว่าถูกนายปริญญา กับพวกหลอกลวง

จากการตรวจสอบข้อมูลในบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่รับโอนเงินบิตคอยน์จากนายอาร์นี่ เป็นบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลต่างๆ ที่ร่วมกันหลอกลวง และมีการขายเหรียญบิตคอยน์ผ่านระบบการซื้อขายในอินเตอร์เน็ต จากนั้นนำเงินที่ได้โอนเข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารที่เปิดรองรับไว้ ส่วนเหรียญบิตคอยน์ที่เหลือได้ถูกโอนออกไปยังบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ซึ่งจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบพบข้อมูลว่ามีการนำเงินไปรับซื้อฝากที่ดินและซื้อที่ดินหลายแปลงในชื่อของนายปริญญา และพวก อันถือเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน

คำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรมยังระบุอีกว่า จากการมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน ปรากฏหลักฐานเป็นที่น่าเชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์กระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงินตามมาตรา4 และ5 หรือเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง หรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งจากการรวบรวมหลักฐานพบว่า นายปริญญาและพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดรวม 64 รายการ มูลค่า 210 ล้านบาท (ทรัพย์สินบางส่วนอยู่ระหว่างประเมินราคา) เป็นเงินฝากธนาคาร และสิทธิ์เรียกร้องอันเป็นทรัพย์ที่สามารถโอน ยักย้าย ปกปิด ซ่อนเร้นได้โดยง่าย รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ประเภทโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ปรากฏหลักฐานในทางทะเบียนที่ผู้ครองครองกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิ์ครอบครองสามารถทำนิติกรรมโอนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ครองครองได้ ถ้าไม่มีการออกคำสั่งอายัดทรัพย์ดังกล่าวไว้ ต่อมาหากศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์ดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ปปง.อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์ดังกล่าวกลับคืนมาได้ คณะกรรมการธุรกรรม จึงมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินทั้ง 64 รายการ พร้อมดอกผล ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน90วัน นับตั้งแต่วันที่14ส.ค.- 11พ.ย.61

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

สำหรับทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วย บัญชีเงินฝากธนาคารในชื่อของนายนายจิรัชพิสิษฐ์จำนวน5บัญชี ซึ่งสามารถประเมินราคาได้2บัญชี มูลค่า4ล้านบาท อยู่ระหว่างการประเมินราคาอีก 3 บัญชี และที่ดินเขตจตุจัตรเนื้อที่3งาน80ตารางวาที่มีชื่อนายจิรัชพิสิษฐ์ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์มูลค่า43ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารและที่ดินในชื่อของนายปริญญา, น.ส.สุพิชฌาย์ จารวิจิต และชื่อบุคคลอื่น รวม 59 รายการ รวมจำนวนเงินทั้งหมด 210 ล้านบาททั้งนี้ ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์หรือผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในทรัพย์ดังกล่าวต้องการขอให้เพิกถอนคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ ให้ยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานที่แสดงว่าเงินหรือทรัพย์ที่ถูกยึดอายัดนั้นไม่ใช่ทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดต่อเลขาธิการ ปปง. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งหรือทราบคำสั่งนี้