มารยาตลาดหุ้น : “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” KTBS วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง?

ตกใจจนเกือบตกเก้าอี้… เมื่อได้ยินข่าวว่า “บมจ.หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย)” หรือ “KTBS” เตรียมตัวจะยื่น filing กับ ก.ล.ต. เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ และระดมทุนกับประชาชนทั่วไป

ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอลำดับเรื่องราวที่มาที่ไปของบริษัทหลักทรัพย์ที่ชื่อ “KTBS” ให้ท่านผู้อ่านทราบเสียก่อน

“KTBS” เดิมจดทะเบียนครั้งแรกในปี 2540 ภายใต้ชื่อ “บล. ธนสยามฯ” ต่อมาภายหลังจากวิกฤติต้มยำกุ้ง “กลุ่มเสี่ยมั่นสิน ชัยวิกรัย” เจ้าพ่อสิ่งทอจึงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดและเปลี่ยนชื่อเป็น “บล. ฟาร์อีสท์ฯ”

ในปี 2551 จึงมีการเปลี่ยนมืออีกครั้งให้กลุ่ม “KTB ประเทศเกาหลี” เข้ามาถือหุ้นใหญ่ และสุดท้ายด้วยสภาวะขาดทุนต่อเนื่องมากว่า 10 ปี จึงมีการขายหุ้นบางส่วนให้ “ดร.วิน” เข้ามาร่วมบริหาร

หากกล่าวถึงชื่อ “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ผู้คนในแวดวงตลาดทุนต่างเคยชินกับภาพการเป็นผู้จัดการกองทุน “คนรุ่นใหม่” อย่างแนบเนียน ภาพลักษณ์ผู้ซึ่งผ่านบทบาทการเป็นอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินที่ University of Missouri-Columbia สหรัฐอเมริกา

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

จากนั้นจึงเข้าสู่แวดวงตลาดทุนด้วยการสั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจกองทุนรวม (Wealth Mangement) ทั้งจากธนาคารไทยพาณิชย์ บลจ.กสิกรไทยฯ บลจ.แอสเซท พลัสฯ ซึ่งมีโอกาสได้เรียนรู้วิชาจาก “ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ” ต่อจากนั้นได้ไปร่วมงานกับเครดิตสวิสที่ฮ่องกง แล้วจึงกลับมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) ที่บลจ.วรรณฯ จากการชวนของ “มนรัฐ ผดุงสิทธิ์”

จนเมื่อ 2 ปีก่อน ในเดือนมีนาคม 2559 “ดร.วิน” จึงคิดการใหญ่ “Go Big Or Go Home” เข้าร่วมทุนกับกลุ่มทุน KTB ประเทศเกาหลีใต้ ในสัดส่วน 25% ต่อมาเพิ่มอีก พร้อมดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) “บมจ. หลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย)”

ด้วยการเปลี่ยนงาน ย้ายค่าย แปรสำนักบ่อย “ผู้บริหารหนุ่มช่างฝัน” รายนี้จึงได้เคล็ดวิชามากมายร้อยเล่มเกวียนทั้งด้านสว่างและด้านมืดจนล่าสุดกับข้อครหาฉาวเกี่ยวกับยุทธการ “วัดครึ่ง กรรมการครึ่ง” หรือไม่? ของ “ผู้บริหารหนุ่ม” รายนี้ที่แพร่สะพัดเพื่อรอการตรวจสอบ

มนรัฐ ผดุงสิทธิ์

เนื่องด้วยเหตุ “การผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้ B/E หรือ ตั๋วแลกเงินระยะสั้น” ในตลาดทุนเมื่อ 18 เดือนก่อน ส่งผลให้ระบบทุนหมุนเวียนระยะสั้นเกิดวิกฤติขาดสภาพคล่องไปทั้งระบบ บริษัทมหาชนในประเทศไทยมากมายตกอยู่ในสภาวะ “ชอร์ต” หลังถูกเรียกคืนเงินกู้ และนี่คือ “โอกาส” สำหรับผู้ที่ฉวยเอาไว้?

มี “บริษัทหลักทรัพย์” (บล.) และ “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม” (บลจ.) มากมายขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามกลไกตลาดที่เปลี่ยนแปลงและตามค่าความเสี่ยงที่สูงขึ้น แต่สำหรับ “KTBS” ของ “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ดอกเบี้ยที่คิดลูกค้าและดอกเบี้ยบนหน้าตั๋วอาจไม่เท่ากัน เช่น คิดดอกเบี้ยลูกค้า 15% แต่จ่ายเข้าบริษัทเพียง 8% และ อีก 7% จ่ายสดเข้า “กระเป๋าส่วนตัว” ของใครบางคน?!!

…และบางกรณีมิหนำซ้ำยังคิดค่าดำเนินการปากถุงด้วยอีก 2-3%

กลัวไม่รวยหรือไงพ่อคุณ?… หรืออยากถอนทุนไวๆ จากการลงทุนในนามส่วนตัว?… อย่าลืมนะเจ้าคะว่ามีผู้ถือหุ้นอื่นๆ อีกกว่า 70% ในชื่อ “เคทีบี อินเวสต์เมนท์ แอนด์ ซิคิวริตี้” ทำอะไรคิดหน้าคิดหลังดีๆ… ฝากกรรมการบริษัทเช่น “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” อดีต รมว.คลัง เจ้าของฉายา “White lie” หรือ “โกหกสีขาว” กรณีเงินกู้โปะจำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท และ “จอง คยู คิม” ตรวจสอบพฤติกรรม CEO รายนี้หน่อยนะเจ้าคะ

ในเมื่อความโปร่งใสของผู้บริหารยังไม่ชัด ในเมื่อการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ คือการกระจายหุ้นสู่สาธารณะเพื่อใช้เงินของประชาชน หวังว่า “ก.ล.ต.” คงคิดดีๆ ก่อนอนุมัติให้ “KTBS” เข้าตลาดหลักทรัพย์… ดิฉันกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เช่นเดียวกับกรณีของ “บงล.ไทยฟูจิฯ” และ “ธนาคารกรุงไทย” ที่สุดท้ายมีคนต้องติดคุกเพราะการทุจริต

กิตติรัตน์ ณ ระนอง

ความอัปยศของคดี “เงินทอนวัด” อาจไม่ได้มีเฉพาะแวดดวงผ้าเหลือง เมื่อ “กิเลส” ไม่เคยหลับใหล เมื่อคนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถต่อกรกับความโลภในจิตใจตน จึงไม่แปลกที่เรื่องพรรค์นี้จึงไม่เคยหายไปจากสังคมไทยและตลาดทุน

“วิน” แปลว่า “ชัยชนะ” แต่การชนะที่มีมลทินและไม่สุจริตนั้นหาใช่ชัยชนะที่แท้จริงไม่นะหลาน

 

 

ติดตามต่อฉบับหน้าสำหรับทุกข้อมูลของ “มัคทายกตลาดหุ้น” รายนี้!!

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

| คอลัมน์ : มารยาตลาดหุ้น
| โดย : คุณนายเผือก
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3410 หน้า 17 ระหว่างวันที่ 18-20 ต.ค.2561