คอลัมน์ ไลฟ์สไตล์

บินตรงสู่ “ซับโปโร” มหัศจรรย์แห่งหิมะและสวรรค์ในฤดูหนาว…

บินตรงสู่ “ซับโปโร” มหัศจรรย์แห่งหิมะและสวรรค์ในฤดูหนาว…

การบินไทยต้อนรับฤดูหนาวกับเส้นทางบินซัปโปโร ดินแดนมหัศจรรย์แห่งหิมะที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้งเมืองหลวง…..และสวรรค์ของเกาะฮอกไกโด โดยเพิ่มเที่ยวบินจากเดิมสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน เป็น สัปดาห์ละ 10 เที่ยวบิน (ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป)

ซัปโปโร …เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 5 ของญี่ปุ่น รองจากโตเกียว โยโกฮาม่า โอซากา และนาโกย่า ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ซับโปโรถือเป็นเมืองใหม่สุดที่เพิ่งตั้งมาแค่ 150 ปี มามีชื่อเสียงก็เมื่อครั้งเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี ค.ศ.1972 และรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังวางแผนจะขยายเส้นทางรถไฟหัวจรวดหรือชิงคันเซ็นสายฮอกไกโดให้มาถึงซับโปโรภายในปี ค.ศ.2030

แต่เราสามารถไปถึงซับโปโรได้ด้วย สายการบินการบินไทย กับการเดินทางที่สะดวกสบายและบริการแบบเสน่ห์ไทย ในหน้าหนาวแบบนี้…ที่ซัปโปโรมีหลากหลายเทศกาลดีๆ ที่ไม่ควรพลาด 

เริ่มที่เดือนแห่งความรัก..กุมภาพันธ์ของทุกปี ที่สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park) จะมีการจัดงาน เทศกาลหิมะซัปโปโร หรือ Sapporo Snow Festival ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นไฮไลท์สุดๆ สำหรับหิมะที่นี่ ที่ทั้งขาว ทั้งละเอียด เทียบชั้นได้กับหิมะในแถบเทือกเขาสูงของสวิสเซอร์แลนด์เลยทีเดียว

ฤดูหนาว ทุกพื้นที่จะถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน และเมื่อถึงช่วงเวลาของเทศกาลหิมะ ภาพของการเริ่มต้นขึ้นรูปปั้นแกะสลักหิมะจากฝีมือของนักปั้นและนักแกะสลักจากทั่วโลก จำนวนนับ 100 ชิ้น ก็จะทยอยอวดโฉม เรียงรายภายในสวนโอโดริให้ได้ตื่นตาตื่นใจ

และถึงแม้จะไม่มีเทศกาลหิมะ เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวเกือบทุกพื้นที่ในเมืองซับโปโร จะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวละเอียดเหมือนปุยนุ่น เด็กๆ ในเมืองซับโปโรจะสนุกสนานกับการเล่นหิมะจนเกิดการละเล่นที่เรียกว่า “ยูคิกัซเซน” คือการใช้มือปั้นหิมะให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วปาใส่กัน ถึงขนาดจัดเป็นการแข่งขันอย่างเป็นทางการในฐานะกีฬาฤดูหนาว

ในช่วงฤดูหนาว บางแห่งในซัปโปโรจะมีหิมะตกสูงถึง 6 เมตร หิมะจึงเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก นอกจาก ยูคิกัซเซน แล้ว เด็กๆ ยังเล่นเลื่อน ทั้งเลื่อนพลาสติก หรือ Tube ห่วงยางที่มีรูปร่างเหมือนโดนัท และบางครั้งก็เล่น Snow Rafting โดยใช้ Snow Mobil ลาก Tube ให้ลื่นไถลไปบนหิมะ ที่สนุกได้ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ไม่นับรวมสกีที่ทั้งคนญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวต่างก็ตั้งตารอคอยฤดูเล่นสกีที่ซับโปโรในช่วงหน้าหนาวกันทั้งนั้น

ซับโปโรมีลานสกีอยู่หลายแห่ง ใช้เวลาเดินทางจากใจกลางเมืองไปยังลานสกีแต่ละที่ ไม่เกิน 20 – 60 นาที จุดเด่นของลานสกีซัปโปโรคือมีหิมะใหม่ตกทับถมกันทุกวัน ทำให้สามารถเล่นสกีที่มีลักษณะเป็น พาวเดอร์สโนว์ ( Powder Snow) ที่ถือว่าเป็นหิมะมีคุณภาพดี จึงไม่แปลกที่เมื่อฤดูหนาวมาถึง ชาวต่างประเทศและนักท่องเที่ยวจำนวนมากจะเดินทางมาที่นี่ เพื่อเพลิดเพลินกับกีฬาฤดูหนาว ส่วนชาวซับโปโรเองก็คงมีความสุขไม่น้อยไปกว่าผู้มาเยือน 

สำหรับลานสกีที่มีชื่อเสียงในซับโปโรมีหลายแห่ง ที่เป็นที่นิยม ก็เช่น ลานสกีซับโปโรเทะอิเนะลานสกีภูเขาโมอิวะ ซับโปโรลานสกี ซับโปโรบังเคลานสกีฟุสสโนว์ แอเรียลานสกีซับโปโรโคะคุไซ และ สโนว์เวิร์ลในสวนสาธารณะทาคิโนะซุซุรัน ฮิลล์ พาร์ค

การเดินทางท่องเที่ยวในซับโปโรไม่ยาก ระบบขนส่งมวลชนของที่นี่ค่อนข้างดีทีเดียวละ มีทั้งรถไฟใต้ดิน 3 สาย มีรถแทรม มีรถเมล์ ที่เชื่อมต่อกันได้หมดทั้งเมือง

เทศกาลหิมะของซับโปโร เป็นเทศกาลที่โด่งดังมาก มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 โดยกลุ่มนักเรียนมัธยมได้สร้างรูปปั้นหิมะเล่นกันในสวนสาธารณะโอโดริ จากนั้นก็เลยมีคนคิดจัดประกวดการปั้นหิมะและน้ำแข็งที่สวยงาม จนกลายเป็นเทศกาลที่ดึงดูดคนจากทั่วโลกให้มาชมความอลังการของตุ๊กตาและประติมากรรมหิมะแห่งนี้มากกว่า 2 ล้านคนทุกปี

จากเทศกาลหิมะในช่วงกลางวันของเมืองซับโปโร ตกค่ำยังมี เทศกาลแสงเทียนแห่งโอตารุ Otaru Snow Light Path Festival ที่ถือว่าเป็นเทศกาลฤดูหนาวอันแสนอบอุ่น ในเมืองที่โรแมนติกที่สุดของเกาะฮอกไกโด

บนถนนริมคลองสายเล็กๆ ที่มีความยาวแค่ 300 เมตร ประดับประดาไปด้วยแสงไฟตลอดเส้นทาง รวมถึงในคลองด้วย ไม่เคยมีใครนับว่าแสงไฟในเทศกาลแสงเทียนแห่งโอตารุมีสักกี่ดวง แต่เชื่อกันว่ามันน่าจะมีมากกว่าแสนดวงในค่ำคืนอันแสนสุขแน่นอน คุณจะเพลิดเพลินไปกับการถ่ายรูปแสงไฟทั้งจากที่ประดับประดา และแสงไฟจากบ้านเรือน ร้านค้า โคมไฟ เป็นประกายระยิบระยับคู่กับรูปปั้นหิมะเล็กๆ สว่างไสวไปทั้งเมือง

เอาเป็นว่า แค่เห็นก็ต้อง Wow!!!!!!! กันล่ะ  เรื่องราวของคลองโอตารุก็ไม่ธรรมดา ที่ตรงนี้เคยเป็นเมืองท่าสำคัญ บริเวณริมคลองจึงมีโกดังเก็บสินค้ามากมาย ปัจจุบันทางการได้ปรับปรุงโกดังเหล่านั้นมาเป็นร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านขายของ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเล็กๆ ที่สวยงาม มีเทศกาลแสงเทียนแห่งโอตารุนี้เป็นเทศกาลประจำปีของเมืองที่โด่งดัง

ใครที่อยากไปชมแสงเทียนแห่งโอตารุ..เตรียมตัวให้พร้อม ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ …บินตรงกับสายการบินไทย แต่ต้องจองตั๋วล่วงหน้านานๆ หน่อย เพราะเวลานั้น ใครๆ ก็อยากไปซับโปโรกันทั้งนั้นยัง ยังไม่หมด เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างซับโปโร ยังมีทั้งสวนสัตว์ที่โด่งดังของญี่ปุ่น อย่าง อาซาฮิยาม่า Asahiyama Zoo ที่นี่มีสัตว์จากขั้วโลกอย่างเจ้าเพนกวิน หมีขาวขั้วโลก แมวนํ้า สิงโตทะเล ไปจนถึงสัตว์ป่าอย่าง สิงโต เสือ ยีราฟ หมาป่า ลิง แต่ที่พิเศษกว่าอย่างอื่น เห็นจะเป็นสัตว์ประจำถิ่นของฮอกไกโด อย่างเจ้าสุนัขจิ้งจอกคิตะคิสึเนะ

ในช่วงฤดูหนาวในช่วงปลายเดือนธันวาคมไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม ที่สวนสัตว์แห่งนี้จะมีจัดโชว์ขบวนพาเหรดเพนกวิน ที่ต้องบอกว่ามันน่ารักมากๆ ว่ากันว่าเป็นการครีเอทกิจกรรมเพื่อให้เพนกวินได้เดินออกกำลังกายในช่วงหน้าหนาว โดยจัดแสดงโชว์วันละ 2 รอบ รอบละ 30 – 40 นาที

และที่แน่ๆ ถ้ามาถึงซับโปโรแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาด คือการซดราเมงร้อนๆ ชามโต กับจิบเบียร์เจ้าถิ่นอย่าง SAPPORO เบียร์ ชิมช็อกโกแลตที่โรงงานช็อคโกแลตอิชิยะ ชิโรอิโคอิบิโตะ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตช็อคโกแลตสารพัดรูปแบบ ชื่อโรงงานคือ อิชิยะ แต่ยี่ห้อของช็อกโกแลตคือ ชิโรย โคอิบิโตะ ( Shiroi Koibito)

โรงงานแห่งนี้เปิดให้คนได้เข้าชมความน่ารักของโรงงาน ได้เห็นการผลิตช็อคโกแลตตั้งแต่ต้นจนถึงบรรจุห่อออกขาย นอกจากช็อกโกแลตแล้ว ที่โรงงานอิชิยะยังมีคุกกี้สูตรพิเศษอย่าง คุกกี้ Shiroi Koibio เป็นคุกกี้เนยสอดไส้ไวท์ช็อคโกแลตและมิลค์ช็อคโกแลตที่ควรซื้อกลับไปเป็นของฝากอย่างยิ่ง

ส่วนคนที่ชอบความท้าทายแนะนำให้ล่องเรือ มอนเบ็ทสึ (Monbetsu) หรือเรือตัดน้ำแข็ง อีกกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นในซับโปโรเป็นการล่องเรือชมความงามของวิวทะเล และก้อนน้ำแข็งยักษ์ หรือ ice drift สีขาวโพลนที่ลอยละลิ่วปลิวละล่องมาจากขั้วโลกเหนือ ปกคลุมทะเลอันกว้างใหญ่ ที่จะเห็นได้ในช่วงฤดูหนาวของญี่ปุ่นคือเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม แค่ปีละครั้งเท่านั้น

ความสนุกตื่นเต้นมันอยู่ตรงที่เรือลำใหญ่วิ่งตัดทะเลน้ำแข็งออกไปนอกชายฝั่งทะเลโอคอทสก์ โดยใต้เรือมีสว่านขนาดใหญ่ที่แข็งแกร่งมาก สามารถบดน้ำแข็งได้ ทำให้แล่นออกไปในทะเลที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งได้อย่างง่ายดาย

เดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่เหมาะแก่การล่องเรือตัดน้ำแข็งที่สุด เพราะจะมีการจัดการล่องเรือรอบพิเศษ คือรอบ 06.00 น. และ 16.10 น. เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกบนก้อนน้ำแข็งยักษ์

ปิดทริปกันด้วยการเที่ยว พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี Otaru Music Museum พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง เก่าแก่ และใหญ่มากที่สุดในญี่ปุ่น ที่เมืองโอตารุ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1910 เป็นตึก 3 ชั้น มีอายุกว่าร้อยปีมาแล้ว โดดเด่นด้วยผนังอิฐสีแดงและหน้าต่างสไตล์เรเนสซองส์ บรรยากาศภายในร้านตกแต่งด้วยแสงไฟสีส้มนวลๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในเมืองโบราณ อบอุ่นและโรแมนติก มีกล่องดนตรีสารพัดรูปแบบมากกว่า 3,000 ชิ้น ด้านหน้ามีนาฬิกาไอน้ำโบราณที่เหลืออยู่เพียง 2 เรือนบนโลก เป็นนาฬิกาที่เมืองแวนคูเวอร์ได้มอบให้เป็นที่ระลึกแก่เมืองโอตารุ ซึ่งทุกๆ 15 นาที จะมีเสียงดนตรีดังขึ้น เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสนใจเป็นอย่างมาก

ก่อนกลับอย่าลืมแวะช้อปปิ้งกันที่ ซุซุกิโนะ Susukino ย่านช้อปปิ้งที่โด่งดังและใหญ่ที่สุดในซัปโปโร ถนนที่ไม่เคยหลับใหล โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน บนถนนที่มีความยาวแค่ 400 เมตร แต่กลับคึกคักไปด้วยผู้คน ตื่นตาตื่นใจกับแสงสีของป้ายไฟโฆษณาบนตึกและร้านค้าต่างๆ

ย่านนี้เขาบอกว่าเคยเป็นเขตพื้นที่สีแดง ที่มีคนทำงานอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและเป็นแหล่งมั่วสุม แต่นั่นเป็นช่วงปี ค.ศ.870 กระทั่งในปี ค.ศ.1960 รัฐบาลได้ปรับระเบียบใหม่และเปิดตัวรถไฟใต้ดิน มีการเปิดร้านค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และมีของที่มีราคาเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดัง แถมยังมีร้านอาหาร ภัตตาคาร มีอาหารทะเลสดๆ ไนท์คลับ บาร์ คาราโอเกะ โรงแรม ที่พัก รวมกันมากถึง 4,000 ร้าน

แล้วจะรออะไรเล่า Next Station ….Sapporo

จองเลย คลิกตรงนี้