ข่าว คลุกวงในการเมืองไทย คอลัมน์ เลือกตั้ง62

“บิ๊กตู่” – พปชร.ฮึดโค้งสุดท้าย รับสถานการณ์ “ทุกอย่างเกิดขึ้นได้”

สุภาษิตการเมืองไทย “ไม่มีมิตรแท้-ศัตรูถาวร” อย่าได้มองข้ามโดยเด็ดขาด

ในเมื่ออะไรที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่การเมืองบ้านเราเคยเกิดขึ้นให้เห็นนักต่อนัก นายกฯจากพรรค 18 เสียงก็เคยมี  กลุ่ม“งูเห่า”แหกมติพรรคก็เคยเกิด  และคนที่ซูฮกยกย่องคนแดนไกลเสมือนดั่งเป็นลูกรักก็เคยเอ่ยวาจา… “หมดเวลาแล้วครับนาย”

ช่วงโค้งสุดท้ายของเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 จึงเป็นเรื่องธรรมดา หากจะมีปรากฏการณ์ที่ไม่น่าจะเกิด แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. ไม่เพียงประกาศไม่ร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ที่ต่อสู้กันบนเวทีการเมืองมาตลอดเท่านั้น ยังประกาศไม่หนุน “บิ๊กตู่”เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ถูกมองว่า อยู่ฝ่ายสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

โดยมีนักวิชาการหลายคนช่วยถอดรหัส เนื่องจากพรรคปชป.จะเป็น “ตัวแปร”สำคัญที่สุดในการตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าขั้วเพื่อไทย หรือขั้วหนุน “บิ๊กตู่” หากไม่ได้พรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมด้วย จะไม่มีทางรวบรวมส.ส.ได้เกินกว่า 376 เสียง

อภิสิทธิ์มั่นใจว่า ปชป.ชนะพลังประชารัฐ ได้จำนวนส.ส.มากกว่าแน่นอน เมื่อได้เยอะกว่า ก็ต้องเอาคนในพรรคเป็นนายกฯ เรื่องอะไรจะไปยกเก้าอี้นายกฯให้พล.อ.ประยุทธ์

แต่หากพลิกผันแพ้ พปชร. นั่นหมายถึงปชป. คงจะได้จำนวนส.ส.ต่ำกว่าหนึ่งร้อยคน ซึ่งก็เข้าทางอภิสิทธิ์ ที่เคยประกาศจะลาออกจากหัวหน้าพรรคมาแล้ว หากนำพรรคสู้ศึกเลือกตั้งแล้วได้ส.ส.ไม่ถึงหนึ่งร้อย

เกมนี้ไม่เพียงทำให้ภายในพปชร.เอง ต้องปั่นป่วนหลังเลือกตั้ง หากแพ้ปชป. เพราะส.ส.ของพรรคคงอยากร่วมรัฐบาลมากกว่าจะยอมเป็นฝ่ายค้าน และเมื่อนั้น “บิ๊กตู่”จะหมดความหมาย แกนนำและสมาชิกในพรรคที่เป็นนักการเมืองอาชีพคงต้องกดดันให้อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคและผู้บริหารพรรค เข้าร่วมรัฐบาลโดยไม่มี “บิ๊กตู่”อย่างเลี่ยงไม่พ้น

แต่ยังรวมไปถึงพรรคเพื่อไทย ซึ่งลึกๆแล้วน่าจะแอบหวังเล็กๆว่า พรรคปชป.น่าจะร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยในการตั้งรัฐบาล  ในเมื่ออภิสิทธิ์ประกาศชัดขนาดนี้ว่าจะไม่หนุน “บิ๊กตู่” นอกจากนี้ ยังทราบว่าดี “3 ก๊กการเมือง”ที่อภิสิทธิ์พูด จะต้องเหลือแค่ 2 ก๊ก จึงจะจัดตั้งรัฐบาลได้

พรรคเพื่อไทยนั้น แม้โพลหลายสำนักระบุตรงกันว่ามีคะแนนนำในด้านพรรคการเมืองที่คนจะเลือกและให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อพรรคไทยรักษาชาติสะดุดขาตัวเองโดนยุบพรรค ยิ่งทำให้โอกาสได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลยากลำบากมากขึ้น แม้จะมีพรรคในกลุ่มพันธมิตร และพรรคทางเลือกให้เจรจาทาบทาม แต่หากขาดปชป.ก็เป็นไปได้ยากอยู่ดี

เพื่อไทยในการหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายนี้ จึงไม่แตะปชป.เลย ยกเว้นในพื้นที่กรณีเป็นคู่แข่งกัน แต่จะพุ่งเป้าไปที่ “บิ๊กตู่”เป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นวาทะกรรม “เลือกเรากระเป๋าตุง เลือกลุงกระเป๋าแฟ่บ” หรือการไล่ส่งพล.อ.ประยุทธ์ กลับบ้าน และประกาศจะแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรภายใน 6 เดือน เพราะทราบดีว่า เรื่องปากท้องค่าครองชีพและราคาผลผลิตภาคเกษตรตกต่ำอย่างหนัก คนในทุกภาคเดือดร้อนโดยถ้วนหน้า

ขณะที่พปชร.อยู่ในช่วงออกแรงโค้งสุดท้าย ออกนานามาตรการหวังเอาใจคนในระดับฐานรากแบบสุดโต่ง ตั้งแต่ต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ /มารดาประชารัฐ /เกี่ยวปุ๊บรวยปั๊บรับ 7 หมื่น/ ปลดหนี้นอกระบบ 5 ปี กระทั่งล่าสุด “หมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน”

นอกจากนี้ ยังมีประสานจัดคิว “บิ๊กตู่”ลงพื้นที่พบปะประชาชนให้สอดคล้องกับการลงพื้นที่เปิดปราศรัยหาเสียงของทัพใหญ่ พปชร. และยังเตรียมเปิด “บิ๊กเซอร์ไพร้ส์”ในการปราศรัยใหญ่ปิดท้ายที่กรุงเทพฯ วันสุดท้ายที่หาเสียงได้คือ22 มีนาคม หลังจากบนเวทีหาเสียงที่โคราชวันก่อน มีบทกลอนของฝากจากพล.อ.ประยุทธ์ ออดอ้อนขอเสียงชาวย่าโม อย่าปล่อยให้คนพาล ผลาญชาติมาแล้ว

ด้านหนึ่งก็เพื่อเร่งเครื่อง หวังโกยคะแนนช่วงทางตรงสุดท้าย ปาดหน้าเอาชนะศึกเลือกตั้งก่อนถึงเส้นชัย 24 มีนาคม หลังประเมินจากทั้งแกนนำและจากโพลหลายสำนักแล้วว่า สถานการณ์ยังตามหลัง 2 พรรคคู่แข่งสำคัญ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ยังไม่นับรวม ต้องคอยพะวงมองข้างหลังไม่ให้คลาดสายตาอีกต่างหาก เพราะพรรคอนาคตใหม่และธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สปีดท้ายยังแรงอย่างที่คาดกันไม่ถึง