“ตือ”สมศักดิ์ลาขาด ชทพ. ปมปริศนาหลัง “ยังบลัด”แห้วคุมพรรค

เมื่อควันเริ่มจางหาย ความขัดแย้งภายในพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ปรากฏให้เห็นเด่นชัด โดยเฉพาะควันหลงการปรับเปลี่ยนผู้บริหารพรรคชุดใหม่จาก “ลูกท็อป”วราวุธ ศิลปะอาชา และผองเพื่อนกลุ่ม “ยังบลัด”ไปเป็น “ลูกนา”กัญจนา ศิลปะอาชา ผสมผสานกับกลุ่มอาวุโส นำโดย ประภัตร โพธสุธน “หนุ่มโสดแห่งศรีประจันต์”

ทำให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ในพรรค ที่มีการเปิดตัวและส่งสัญญาณผ่านสื่อแล้วหลายหน โดยเฉพาะ“ลูกท็อป”กับผองเพื่อน ซึ่งประกอบด้วยเสมอกัน เที่ยงธรรม บุตรชายจองชัย เที่ยงธรรม เจ้าของวลี “คิดอะไรไม่ออกบอกจองชัย” / หนุ่มน้อยร้อยล้านแห่งศรีสะเกษ สิริพงส์ อังคสกุลเกียรติ อดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ดาวรุ่งดวงใหม่ และเป็นอดีตส.ส.ศรีสะเกษ รวมทั้ง 2 ศรีพี่น้องทายาท “เฮียตือ”สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล คือภราดร และกรวีร์ ต้อง “หน้าแตก”และ “กินแห้ว” ชนิดตั้งหลักและทำใจกันไม่ทัน

เพราะข่าววงในแจ้งว่า เพิ่งมีการหารือวงในและสุดท้ายเคาะเลือก “หนูนา”ผสมกับระดับอาวุโสในพรรคเป็นผู้บริหารชุดใหม่ เพียงแค่ 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันประชุมใหญ่พรรค

ด้านหนึ่ง ปรากฏว่ามีอดีตส.ส.และนักการเมืองจากหลายคน หลายกลุ่ม หลายจังหวัด ทยอยเข้าร่วมสมทบหลังมีการต่อสายเจรจาทาบทาม เพื่อให้ช่วยกันสายต่อปณิธาน “บิ๊กเติ้ง”บรรหาร ศิลปะอาชา แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมชูอนาคตเป็น“พรรคร่วมรัฐบาล” พ่วงเข้าไปด้วย

แนวทางนี้ ดูจะไม่สอดคล้องกับแนวคิดของ “เสี่ยตือ” คนที่ทำงานการเมืองมากับบรรหารมานานถึง 32 ปี ซึ่งเห็นว่างานการเมืองนับจากนี้ไป ควรเป็นเรื่องของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีแนวคิดแตกต่างไปจากนักการเมืองรุ่นเก่า จึงควรเปิดโอกาสให้ “เลือดใหม่”ได้ขับเคลื่อนตามแนวทางใหม่ๆ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปให้ทันตามยุคสมัย

เมื่อ 2 แนวทางที่ต่างกันเกิดปะทะกัน ด้านหนึ่ง แม้จะได้เห็นนักการเมืองระดับ “บิ๊กเนม”เดินเข้าพรรคชทพ.เพิ่มขึ้น อาทิ ตระกูลสะสมทรัพย์จากบ้านใหญ่นครปฐม ตระกูลไกรวัตนุสสรณ์ ของ “เฮียม้อ”จังหวัดสมุทรสาคร และพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้นำคปค.ที่นำรัฐประหาร รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็มีความเคลื่อนไหวเตรียมถอนตัวย้ายไปพรรคภูมิใจไทยของสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ซึ่งเดิมทีถูกวางตัวเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ของชทพ. ขณะที่ 2 ทายาทของ “เฮียตือ”แม้จะมีเสียงยืนยันยังอยู่พรรคเดิม แต่ก็มีข่าวว่าได้ถูกทาบทามจากหลายพรรคเช่นเดียวกัน

ประกอบกับสมศักดิ์เองก็หวั่นเกรงว่า พรรคชาติไทยพัฒนาอาจประสบชะตากรรมเดียวกับพรรคเพื่อไทย คือถูกยุบพรรค เนื่องจากตัวเขาเป็นต้นเหตุสำคัญ เพราะอาจถูกมองว่ายังมีบทบาทในพรรคอยู่ ทั้งที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคมานานแล้ว จึงตัดสินใจ “โบกมือลา” 32 ปีที่อยู่กับพรรคชาติไทยพัฒนาจะดีกว่า

จึงเป็นที่มาของกระแสข่าวที่มาแรงแซงโค้งในวันนี้

สมศักดิ์ย้ำว่า ขณะนี้เขาอยู่ระหว่างถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี จึงหวังจะใช้โอกาสนี้ กลับลงไปอยู่ในพื้นที่พบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่จะดีกว่า เมื่อครบกำหนดแล้ว ค่อยกลับมาสู่เวทีการเมืองใหม่อีกรอบ เพราะชีวิตนี้อยู่บนเวทีการเมืองตลอด อาชีพอื่นทำไม่เป็น