ม่านการเมือง

เรื่องคลิปฉาว 2 คนดัง บทเรียนที่เป็นเพียงบทเริ่มต้น

เรื่องร้อนบนหน้าสื่อ ทั้งสื่อหลักสื่อรองเปลี่ยนแปลงเร็วเกินคาดจริงๆ

จากเดิมพรรคพลังประชารัฐโดนมะรุมมะตุ้มแบบ”จัดหนัก”กรณีจัดโต๊ะจีน 200 โต๊ะระดมทุนเข้าพรรควางเป้า 600 ล้านบาท

ได้ยอดทะลุเกินเป้า แต่งานเข้าเรื่องเจ้าของเงินซื้อโต๊ะ เมื่อมีปรากฎชื่อคล้ายกับชื่อหน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ อย่าง คลัง กทม. และ ททท. โผล่ไปซื้อโต๊ะในงานด้วย

เป้าจึงไปตกที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค พปชร.ซึ่งเป็นแม่งานใหญ่ ต้องทำหน้าที่แจกแจงอธิบายที่มาที่ไป เพราะเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงขัดกับพ.ร.ป.พรรคการเมือง ปี 2560 หลายมาตรา

แถมอาจพ่วงไปถึงตัวบุคคล ทั้งในพรรคและหน่วยงานเจ้าของเงิน ..ถ้าเป็นจริง

กำลังเป็นดีกรีร้อน ไอเดือดปุๆ พลันกลับมีข่าวแทรกเข้ามาสร้างความฮือฮาบนหน้าสื่อหลักสื่อรองชนิดมาแรงแซงโค้ง

ข่าวคลิปของนักการเมืองชื่อดังกับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองสาว ขณะปฏิการแบบส่วนตัวในห้องพักของโรงแรม ถูกส่งเผยแพร่อย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์

ตามด้วยคอมเม้นท์ หรือความคิดเห็นส่วนตัวที่กระหน่ำเข้าใส่คลิปนี้อย่างจั๋งหนั่บ

ยิ่งทางฝั่งของหนุ่มใหญ่และนักเคลื่อนไหวสาว พยายามซัดเป็นเรื่องหวังผลดิสเครดิตทางการเมือง เป็นปฏิบัติการ IO แปลเป็นไทยคือปฏิบัติตอบโต้ทางข้อมูลข่าวสารโดยฝีมือกองทัพ ยิ่งไปกันใหญ่ คล้ายจุดไฟโยนเข้ากองเพลิง

ความจริงกรณีนี้ หากเป็นเรื่อง “คนโสด2 คน ไม่ได้ทำอะไรผิด”อย่างที่กล่าวอ้าง ก็ถือเป็นสิทธิ เป็นเรื่องส่วนตัว เพียงแต่ควรแจกแจงสถานภาพปัจุบันให้ชัดเจน ป้องกันผลกระทบที่จะมีต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะเด็กๆหรือทายาท ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วย

เช่นเดียวกับเรื่องเสียงวิจารณ์ และพยายามขยายผล สมควรที่จะระมัดระวัง ไม่ให้ข้ามกระทบถึงบุคคลอื่นในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กที่เป็นทายาท หลังจากมีบางกลุ่ม ไปขุดคุ้ยเอาผู้คนในครอบครัวของทั้งคู่มานำเสนอประกอบ แม้แต่เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

แน่นอนว่า หากทั้ง 2 คนอธิบายความชัดเจน จนกระทั่งเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องคนโสด 2 คนได้ในที่สุด ก็ควรยุติการกล่าวอ้างว่าเป็นการหวังดิสเครดิตด้วยฝีมือของกองทัพด้วย

ตรงกันข้าม หากยังหวังชนะคะคาน ไม่ฟังเหตุฟังผลของอีกฝ่าย มีแต่จะแฉและติหนิติติง กระทั่งถึงด่าทอด้วยความสะใจ

จะเป็นสัญญาณอันตรายอย่างยิ่งสำหรับสังคมไทยนับจากนี้

ที่สำคัญ ความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะขยับก้าวไปไหน อาจไม่มีหลงเหลืออยู่อีกแล้ว