คลุกวงในการเมืองไทย คอลัมน์

“บิ๊กตู่”บุกชัยภูมิถิ่นฐาน “เพื่อไทย” เป้าหมายจริงจัง ปักธง ส.ส.พปชร.

การลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิของ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ เมื่อวันจันทร์ที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและมีนัยมากกว่าการลงพื้นที่ตรวจราชการทั่วไป

ตั้งแต่การโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวแดง ที่เป็นหมุดหมายการเดินทางไปของนายกฯและคณะ ถือเป็นโครงการอันสำคัญยิ่ง ที่เกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริถึงโครงการนี้ถึง 4 ครั้ง ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2525 ,2526 , 2536 และ 2540 เพื่อบรรเทาและช่วยลดปัญหาความแห้งแล้ง รวมไปถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งของประชาชน ในพื้นที่อำเภอหนองบัวแดงและพื้นที่ใกล้เคียง

อ่างเก็บน้ำลำสะพุง หากดำเนินการเสร็จสิ้น จะมีความกัดเก็บน้ำได้ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นโครงการชลประทานขนาดกลาง มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 24,000 ไร่ มีราษฎรได้รับประโยชน์กว่า 14,160 ครัวเรือน รวมกว่า 87,600 คน

โครงการนี้มีปัญหาติดขัดคาราคาซังมานาน ทั้งที่ออกแบบเขื่อนหัวงานแล้วเสร็จตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 และออกแบบระบบส่งน้ำแล้วเสร็จ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2541 กระทั่งชาวบ้านได้เคยร่วมกลุ่มแสดงพลังในพื้นที่หลายครั้งเพื่อให้มีการเร่งรัดดำเนินการเสียที

การเดินทางไปของ “บิ๊กตู่”ครั้งนี้ เท่ากับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับประชาชนในพื้นที่ หลังจากรัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ผนวกการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้ามาอยู่ในยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระยะ 20 ปีรวมทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2562 กำหนดแล้วเสร็จราว ปี 2564

การลงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิของพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวบ้านมากกว่า 15,000 คน ยังเป็นการย้ำเตือนต่อชาวจังหวัดชัยภูมิด้วยว่า “บิ๊กตู่”เป็นลูกหลานแท้ๆของคนชัยภูมิ หลังจากผู้เป็นบิดาย้ายไปรับราชการทหารที่โคราช และได้แต่งงานกับผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นสาวชัยภูมิ

เท่ากับเป็นการฝากเนื้อฝากตัวครั้งสำคัญ ก่อนจะเข้าสู่โรดแม็ปการเลือกตั้งต้นปีหน้า เพราะโดยความผูกพันของคนไทยด้วยกัน มักจะส่งเสริมสนับสนุนคนบ้านเดียวกัน รวมทั้งบนเวทีการเมือง

ถึงแม้ว่า จังหวัดชัยภูมิจะเป็นฐานที่มั่นของนักการเมืองตระกูลใหญ่ 3-4 ตระกูล อาทิ คนสมบูรณ์- ชัยวิรัตนะ – สงวนวงศ์ชัย – จรรย์โกมล ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นส.ส.ของจังหวัด รวมทั้งล่าสุด น.ส.ปาริชาติ ชาลีเครือ น้องสาวอดีตประธานวุฒิสภา และสมาชิก สปท. นายสุชน ชาลีเครือ ก็ปักธงส.ส.ชัยภูมิมาแล้ว 2 สมัย

บ่อยครั้งที่ตระกูลดังเหล่านี้ มักจะผนึกพลังลงสมัครในพรรคเดียวกัน เลี่ยงการปะทะกันเอง จนแทบจะผูกขาดการเป็นส.ส.ของจังหวัด อาทิ ปี 2539 สังกัดพรรคความหวังใหม่ ของ “พ่อใหญ่จิ๋ว”พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ปี 2548 พรรคไทยรักไทย ปี 2550 พรรคพลังประชาชน และปี 2554 พรรคเพื่อไทย ผู้สมัครจากพรรคอื่นสอดแทรกได้บ้างก็แค่ 1-2 ที่นั่ง

การไปเยือนชัยภูมิถิ่นเกิดของผู้เป็นแม่ และประกาศผลักดันชัดเจนโครงการอ่างเก็บน้ำลำสะพุง ที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องมาตลอด จึงถูกวิเคราะห์ว่า น่าจะเป็นอีกหนึ่งความหวังในการปักธงส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หลังบางตระกูลใหญ่แอบเข้าซบในสังกัดแบบเงียบๆ

แต่จะรอจุดพลุเป็นข่าวใหญ่เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย