คลุกวงในการเมืองไทย

ยกคำร้อง นาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” ป.ป.ช.ตำบลกระสุนตก กระทบคะแนนนิยม “บิ๊กตู่”

เรื่องนาฬิกาหรู 21 เรือน ไปๆมาๆ เป้าที่ตกเป็นตำบลกระสุนตกตัวจริง ไม่ใช่ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรัฐมนตรีกลาโหม แต่เป็นคณะกรรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช.

หลังการแถลงแจกแจงมติ 5 ต่อ 3 เสียงของ ป.ป.ช. ให้ยกคำร้อง เรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ “บิ๊กป้อม” ปมเรื่องนาฬิกายี่ห้อหรูและแหวนทองของแม่ เป็นเท็จ

จากนั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทุกภาคส่วน รวมทั้งฝ่ายการเมือง ก็มะรุมมะตุ้ม แบบ“จัดหนัก” เข้าใส่ ป.ป.ช. ในทำนอง “ช่วยอุ้ม” พล.อ.ประวิตร แม้นว่า พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานปปช. ซึ่งเคยเป็น “หน้าห้อง”บิ๊กป้อม จะปฏิเสธร่วมพิจารณาตั้งแต่ต้นมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตามที

เนื่องเพราะประชาชนทั่วไป เชื่อโดยฝังใจว่า ป.ป.ช.ทั้งคณะ ไม่ใช่เฉพาะเพียง พล.ต.อ.วัชรพล ที่แสดงท่าทีปกป้อง “บิ๊กป้อม”มาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ “แสงแดดเปรี้ยง” ต้องยกมือที่มีทั้งนาฬิกาหรูราคาแพงและแหวนแวววาวของคุณแม่ ขึ้นป้อง ไม่ให้แสงโดนตา

แต่เชื่อว่าทั้งหมด ต่างอยู่ในสภาพ “สายตรง” และตั้งใจจะช่วยเหลือ “บิ๊กป้อม” เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

อีกทั้งในการพิจารณาคุณสมบัติของ ป.ป.ช.ใหม่ ขณะยังเป็นร่างพ.ร.ป.ป.ป.ช.ของ สนช. ได้มีการกำหนดกฎเกณฑ์ยกเว้นคุณสมบัติให้กับประธานป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ตั้งแต่ตอนนั้น

กรณีมาตรา 178 วงเล็บ (18) ระบุว่า เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. หรือส.ว. หรือข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ในช่วงระยะ 10 ปี ซึ่ง พล.ต.อ.วัชรพล เคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร มาก่อนแล้ว)

ขณะที่ ป.ป.ช.อีก 1 คน คือนายวิทยา อาคมพิทักษ์ ก่อนหน้านี้ เคยเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ในปี 2557 ก่อนไปเป็นป.ป.ช.เช่นกัน

กระแสต่อต้านไม่เห็นด้วยกับการยกคำร้องของ ป.ป.ช. จึงดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง แม้นเจ้าตัวจะชี้แจงทั้งต่อ ป.ป.ช.และผ่านสื่อ ยืนยันว่า เป็นนาฬิกาที่เพื่อนรัก นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ให้ยืมใส่ในกลุ่มเพื่อนๆที่สนิทกัน ก่อนจะนำไปคืน

สำหรับนายปัฐวาท คือ “เซ็นคาเบรียลคอนเน็คชั่น” เรียนหนังสือด้วยกันกับ “บิ๊กป้อม”ตั้งแต่ชั้น ป.1 เป็นเพื่อนซี้กันมาตั้งแต่นั้น นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคนที่เป็น “เซ็นคาเบรียลคอนเน็คชั่น “ รวมทั้ง ”หม่อมอุ๋ย”ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ซึ่งต่อมา กลุ่มคอนเน็คชั่นนี้ ได้ร่วมกันลงทุนและบุกเบิก อาณาจักร คอมลิงค์ จนใหญ่โตในเวลาต่อมา รวมทั้งเข้าร่วมในกิจการพลังงาน บ.อีเทอนอล เอ็นเนอยี

กลุ่มเพื่อนสนิทเหล่านี้ ยังไปร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับ “บิ๊กป้อม” ด้วยการเป็นกรรมการในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด รวมทั้งนายทหาร “น้องรัก” อย่างพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานกิติมศักดิ์ให้

กรณี “บิ๊กป้อม” ที่ดูเหมือนกระแสจะถูกจุดติดได้ง่าย ด้วยเหตุที่ผู้คนส่วนใหญ่หงุดหงิดไม่พอใจกับเรื่องนี้มาตั้งแต่แรก การวิพากษ์วิจารณ์ “จัดหนัก”ใส่ ป.ป.ช.จึงยังมาแรง กระทั่งนายศรีสุวรรณ จรรยา ในฐานะนายกสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เคลื่อนไหวล่ารายชื่อ 2 หมื่นคน เพื่อถอดถอน ป.ป.ช.เสียงข้างมากทั้ง 5 คน ออกจากตำแหน่ง

ไม่เพียงเท่านั้น เรื่องปมนาฬิกาหรู เชื่อว่าจะส่งผลไปถึงคะแนนนิยมในคณะรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ โดยรวม และยังอาจส่งผลถึงพล.อ.ประยุทธ์ โดยตรงด้วยเช่นกัน ในช่วงเวลาที่กำลังเริ่มต้นนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในพระราชกฤษฎีกาที่จะออกมาในต้นปี 2562 วันเลือกตั้ง จะยังคงเป็นวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

ความจริง การยกคำร้องของ ป.ป.ช.เรื่องปมนาฬิกาหรู น่าจะเป็นผลดีสำหรับรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงเวลาสำคัญที่เหลืออยู่ไม่มาก แต่ถึงเวลาจริง กลับพลิกผันไปในทางตรงข้าม เนื่องจากด้านหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า “บิ๊กป้อม”ถือเป็น “จุดบอด”และ “ช่องโหว่” มาตลอดก็ว่าได้

เป็นสถานการณ์ “พลิกกลับ”ที่ท้าทายและต้องการพิสูจน์ฝีมือ ของฝ่ายทีมงาน “บิ๊กตู่” โดยตรงว่ามืออาชีพแค่ไหน จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้หรือไม่