คลุกวงในการเมืองไทย

ถอดรหัส “บิ๊กตู่” -พปชร. รับโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

ไม่ใช่เรื่องแปลก หากไปๆมาๆพรรคพลังประชารัฐ หรือพปชร. มีเพิ่มรายชื่อดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ เป็นอีกหนึ่งรายชื่อ ว่าที่นายกรัฐมนตรี จากการเสนอชื่อของพรรค

ไม่ใช่เรื่องแปลก หากไปๆมาๆพรรคพลังประชารัฐ หรือพปชร. มีเพิ่มรายชื่อ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ เป็นอีกหนึ่งรายชื่อ ว่าที่นายกรัฐมนตรี จากการเสนอชื่อของพรรค

จากเดิมที่มีชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลอยโดดเด่นมาตลอด แทบจะเป็น”เต็งจ๋า”คนเดียว แม้จะมีชื่อนายอุตตม สาวนายน พ่วงท้ายอยู่ด้วย ก็ในฐานะเป็นหัวหน้าพรรคเท่านั้น หากไม่ถูกเสนอชื่อ ก็อาจดูกะไรอยู่

และไม่น่าแปลกใจเช่นกัน ที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ตอบอะไรชัดเจนกับสื่อมวลชน ที่พยายามสอบถามเรื่องเข้าสู่เวทีการเมืองเต็มตัว

นอกจากวลีสั้นๆว่า “ให้ไปดูกฎหมาย”

ซึ่งน่าจะมีความหมายใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.จะเข้าสู่เวทีการเมืองในฐานะนายกฯสมัย 2 โดยก๊อกแรก หรือก๊อก 2  และ 2.จะลาออกจากนายกรัฐมนตรี หรืออาจจะพ่วงหัวหน้าคสช.เข้าไปด้วย

เป็นคำพูดที่มีนัยแฝงอยู่ชัดเจนว่า  เป็นไปตามช่องทางกฎหมาย

ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังประเมินสถานการณ์ และยังไม่มั่นใจว่า หากประกาศตัวชัดเจนจะให้พรรคพลังประชารัฐเสนอรายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีในโควต้า 3 รายชื่อของพรรคแล้ว ปฏิกริยาที่ตามมาจะเป็นอย่างไร

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถูกแบ่งกลุ่มพรรคการเมืองที่จะสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือกลุ่มพรรคที่หนุนพล.อ.ประยุทธ์ กับกลุ่มไม่หนุนประยุทธ์ โดยที่กลุ่มหลังพยายามเรียกตัวเองว่าเป็นกลุ่มประชาธิปไตย

จึงเป็นเรื่องที่ต้องประเมินให้ตรงหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุดว่า กลุ่มหรือขั้วสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์จะชนะเลือกตั้งแน่นอน

โดยเฉพาะต้องชนะพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆที่พร้อมจะหนุนพล.อ.ประยุทธ์ โดยมีส.ว. 250 คนเป็นต้นทุนคอยหนุนช่วยอยู่แล้ว

หากได้เสียงส.ส.เกินกว่า 100 คน หรือเพื่อความอุ่นใจต้องได้ตามเป้า 150 คนตามที่คาดหวังไว้ และได้ส.ส.มากกว่าประชาธิปัตย์ กรณีเช่นนี้ จัดได้ว่า หนทางสะดวกราบรื่นสดใส

แต่หากยังไม่ชัด และไม่มั่นใจว่าจะชนะ ปชป.ก็ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เพราะยังมีเวลาจนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อนายกฯ

ระหว่างนี้ จนถึงเดตไลน์วันสุดท้าย หากยังสุ่มเสี่ยง หรือยังประเมินได้ยาก ก็อาจมี “แผน 2” รองรับ ซึ่งอาจหมายรวมถึง “นายกฯคนนอก” ก็ยังเป็นไปตามกฎหมายที่เปิดช่องเอาไว้ให้

นั่นจึงเป็นที่มาของชื่อ ดร.สมคิด สอดแทรกเข้ามาเป็นอีก 1 รายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ เผื่อเหลือเผื่อขาดในสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้

หากกระแส “ไม่เอาบิ๊กตู่” เกิดมาแรงในช่วงโค้งสุดท้าย หรือไม่มั่นใจว่าจะสามารถชิงการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคพลังประชารัฐ ก็ยังชื่อดร.สมคิด แทนพล.อ.ประยุทธ์ ได้

แล้วอาจรอให้การเลือกนายกฯในก๊อกแรกมีปัญหาเรื่องเสียงสนับสนุน ซึ่งเฉพาะส.ส.ต้องจับมือรวมตัวกันให้ได้อย่างน้อย 251 เสียงขึ้นไป

แล้วสุดท้าย จะถึงคิว “นายกฯคนนอก”ในที่สุด