Breaking ข่าว อาชญากรรม

พบ 2 กองบัญชาการทุจริตสอบนายสิบตร. ส่ง ผบ.ตร.ชี้ขาด16 ม.ค.ยันให้ความเป็นธรรม

พบ 2 กองบัญชาการทุจริตสอบนายสิบ ตร. ส่ง ผบ.ตร.ชี้ขาด16 ม.ค.ยันให้ความเป็นธรรม

วันที่ 11 ม.ค.60 พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รักษาราชการแทนรองผบ.ตร. ในฐานะประธานการประชุมแก้ปัญการโกงสอบข้าราชการตำรวจนายสิบทั่วประเทศ กล่าวว่า ยืนยันจากรายงานของ 12 กองบัญชาการที่จัดสอบนายสิบตำรวจ พบการทุจริตเฉพาะในกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ส่วนอีก 10 กองบัญชาการไม่พบการทุจริต จึงสั่งให้ไปตรวจสอบซ้ำ และให้ 12 กองบัญชาการรายงานกลับมายังคณะกรรมการ เพื่อเสนอให้ ผบ.ตร.ในวันที่ 16 ม.ค.พิจารณา

"มี3แนวทางคือให้การสอบนายสิบครั้งนี้เป็นโมฆะ,ไม่โมฆะ หรือโมฆะบางส่วน เพื่อความเป็นธรรมและรักษาสิทธิ์ให้แก่ผู้ที่สอบได้โดยสุจริต ซึ่งแนวทางอาจเรียกผู้ที่สอบติดสำรองขึ้นมาทดแทนจำนวนผู้ที่กระทำความผิด พร้อมมั่นใจในแนวทางคัดกรองผู้ที่กระทำความผิดจะไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาเป็นตำรวจได้"

"การกระทำความผิดในตำรวจภูธรภาค7 มีลักษณะเหมือนกับในนครบาล คือขีดเขียนคำตอบในกระดาษข้อสอบ เพื่อให้ผู้ร่วมขบวนการลอกข้อสอบ  ซึ่งอยู่ในข่ายต้องสงสัยทั้งทำหน้าที่เป็นมือปืนเฉลยข้อสอบ และลอกข้อสอบ ประมาน30คน ได้สั่งการให้กองปราบปราม ร่วมกับนครบาลในการสืบสวนสอบสวนขยายผล เนื่องจากตำรวจไม่เชื่อคำให้การของนายจิระพจน์ พลายด้วง เจ้าหน้าที่เทศกิจกทม.ที่ระบุว่า กระทำเพียงคนเดียว อีกทั้งคดีนี้มีผู้กระทำความผิดหลายคน"

"อย่างไรก็ตาม ทั้ง 10 กองบัญชาการที่แม้จะไม่พบการทุจริต แต่ก็ต้องรอการพิจารณาของผบ.ตร.ในวันที่ 16 ม.ค.อีกครั้ง โดยยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จก่อนการเปิดภาคเรียนนายสิบในเดือนก.พ.นี้"

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ได้เรียกประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดีทุจริตการสอบนายสิบตำรวจที่ สน.พหลโยธิน เพื่อวางแนวทางในการทำงาน และมอบหมายหน้าที่ให้คณะทำงาน

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.ได้ตั้งคณะทำงานคือทีมสืบสวนและทีมสอบสวนขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว คณะทำงานเร่งสืบสวนมาโดยตลอด วันนี้จึงเรียกประชุมเพื่อวางแนวทางในการทำงาน ซึ่งการประชุมได้ข้อสรุป 3 ส่วน คือ  

1. ทีมทำงานศูนย์ฝึกอบรมที่ได้สืบสวนต่อเนื่องตั้งแต่ต้น ซึ่งใช้เวลาไป 1 เดือนแล้ว จึงมอบให้เป็นศูนย์กลางข้อมูล และสั่งให้จัดเตรียมข้อมูล เพื่อนำมาเสนอให้ที่ประชุมรับทราบต่อไป เพราะอีก 2 วัน ข้อมูลน่าจะครบถ้วนแล้ว

2. ทีมสืบสวนกับทีมสอบสวนจะเเยกการทำงาน  ซึ่งได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนจำนวน 41 คน คณะพนักงานสืบสวน 11 คน โดยทีมสืบสวนจะรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน พยานบุคคล พยานวัตถุต่างๆ การโยงโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน กล้องวงจรปิด เพิ่มเติม  ส่วนทีมสอบสวนจะดูเเลการสอบสวนคาดว่าจะมีผู้ที่ต้องเข้ามาทำการสอบสวนจำนวนมาก โดยจะนัดหมายผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำแบ่งเป็น 3 ชุดดังนี้  ชุดแรก กลุ่มที่มีพฤติการณ์ทุจริตสอบชัดเจน 50 คน ชุดที่สอง กลุ่มผู้สมัครสอบที่คัดลอกข้อสอบ 200 คน กลุ่มที่สาม กลุ่มผู้ต้องสงสัยลอกข้อสอบเกือบ 200 คน 

"ได้มอบหมายให้หัวหน้าทีมไปจัดกำลังที่จะปฏิบัติ และสถานที่ที่ใช้ในการสอบสวน จัดระบบการทำงานให้ชัดเจน หากจำนวนผู้ที่ต้องสอบสวนมีจำนวนมากขึ้น  อาจใช้สถานที่ใดต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง จึงมอบหมายให้ฝ่ายสอบสวนไปจัดระบบ ในวันที่ 13 ม.ค. นี้ ให้มาวางแผนการทำงานให้มีความชัดเจน" 

3. การสอบสวนมีความคืบหน้ามากขึ้น เพราะมีการโยงใยไปถึงกลุ่มอื่นๆ ซึ่งไม่ได้มีเพียงกลุ่มเดียว ต้องมีการจัดระบบติดตามรายละเอียดต่างๆ ทั้งการสืบสวนสอบสวน เมื่อทีมสืบสวนได้ข้อมูลข้อเท็จจริงแล้วก็ส่งมอบให้ทีมสอบสวน  เพื่อสอบสวนประกอบสำนวนคดีต่อไป

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับหมายจับนั้น พนักงานสอบสวนได้รวบรวมข้อมูลเพื่อจะส่งศาล หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบทันที ขณะนี้เอกสารยังไม่ครบถ้วน จึงยังไม่สามารถยื่นให้ศาลออกหมายจับได้ หากเอกสารครบถ้วนหรือมีความคืบหน้าอย่างไรแล้วจะแจ้งให้ทราบ  ขอเรียนว่าการออกหมายจับจะทยอยออกทีละส่วน พยานหลักฐานไปถึงใครจะดำเนินการทั้งหมด ซึ่งยังไม่สรุปจำนวนบุคคลที่ถูกออกหมายจับว่า จะเป็นกลุ่มไหนหรือใครบ้าง คาดว่าอีก 2 วันจะมีความชัดเจนว่า ใครทำอะไร ผิดอย่างไร ข้อหาอะไร 

"ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอข้อมูลจากส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ขณะนี้ยังมีเพียงข้อมูลแต่ยังไม่ได้หลักฐานเอกสาร จึงต้องรอเอกสารหลักฐานก่อน พนักงานสอบสวนยังรอรับเอกสารอยู่ ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมนั้น มีความเชื่อมโยงกับนายจิระพจน์ พลายด้วง เจ้าหน้าที่เทศกิจกทม.ที่อ้างว่า เป็นคนทำผิดการทุจริจการสอบครั้งนี้คนเดียว แต่ไม่ขอระบุว่าเป็นกลุ่มไหนอย่างไร เเละเจ้าหน้าที่พิจารณาปล่อยตัวนายจิระพจน์ชั่วคราวตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา (10 ม.ค.) โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปชี้จุดประกอบคำให้การ ข้อมูลที่ได้มาบางส่วนยังมีข้อขัดแย้งกับคำให้การ แต่บางส่วนได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี นอกจากนั้นได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และบัญชีเงินฝากของนายจิระพจน์ทั้งหมด แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

 

ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ร.ต.อ.ทนงศักดิ์ โพธิ์โหน่ง อดีตพนักงานสอบสวน สภ.เรณูนคร จ.นครพนม(ปัจจุบัน ย้ายไปมุกดาหาร) หลังทำสำนวนคดี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู ผิดพลาด จนเป็นเหตุให้นางจอมทรัพย์ ต้องติดคุกฟรีเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ว่าบกพร่องต่อหน้าที่หรือไม่ หากพบมีความผิดก็จะดำเนินการทางวินัยทันที 

ส่วนกรณีการเยียวยาผู้เสียหายนั้น กระทรวงยุติธรรม มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายวและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 อยู่แล้ว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2548 นางจอมทรัพย์ ถูกกล่าวหาว่าขับรถกระบะชนคนเสียชีวิต เป็นเหตุให้ถูกพิพากษาจำคุก 3 ปี 2 เดือน ในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต แต่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือ 1 ปี 6 เดือน จากนั้นจึงเข้าร้องเรียนกับกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรื้อฟื้นคดี