ข่าว

พบพยานคดี “ครูจอมทรัพย์” เพิ่ม ยันเคยมีคนขอซื้อรถไปเป็นหลักฐาน 

ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร ผู้ต้องหาในคดีขับรถชนคนเสียชีวิต และถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ภายหลังได้รับการอภัยโทษออกมาได้มีการร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม โดยอ้างว่าตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว จนศาลมีคำสั่งรื้อคดีใหม่

วันที่ 19 ม.ค.60 ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร ผู้ต้องหาในคดีขับรถชนคนเสียชีวิต และถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน ภายหลังได้รับการอภัยโทษออกมาได้มีการร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม โดยอ้างว่าตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว จนศาลมีคำสั่งรื้อคดีใหม่

ล่าสุดได้มีพยานสำคัญอีกหนึ่งคนออกมาแสดงตัวยืนยันเป็นเจ้าของรถที่ระบุว่าขับไปชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต ซึ่งมีความขัดแย้งกับคำให้การของนางจอมทรัพย์ ที่ระบุว่าผู้กระทำผิดตัวจริงคือ นายสับ วาปี ทำให้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจยืนยีนว่านายสับไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่มีการสร้างขบวนการรับผิดแทน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง

 

โดยนายอุบล ไชยบัน ชาว จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า สำหรับรถยนต์คันดังกล่าวคือรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร ก่อนหน้านี้เป็นของนายสับ และได้ขายต่อให้นายรัน โทนแก้ว อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.กุดเข้ อ.เมือง จ.มุกดาหาร จากนั้นตนได้ซื้อต่อมาเป็นช่วงที่ 3 ต่อจากนายรันเมื่อปี 2547 แต่เอกสารหลักฐานยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ นายสับเพราะเป็นรถเก่าจึงไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งในช่วงปี 2547- 2550 ตนได้นำรถมาใช้งานในบ้านคือขับไปไร่นา เพราะสภาพรถเก่าทรุดโทรมมาก จนกระทั่งในปี 2550 ได้ขายไปอีกทอดหนึ่ง โดยพ่อค้ามารับซื้อไปในราคา 30,000 บาท พร้อมเอกสารหลักฐานคู่มือการครอบครองรถ ซึ่งสภาพรถเก่าเหมือนเศษเหล็ก เครื่องยนต์ใช้งานไม่ได้แล้ว 

"จากนั้นปี 2555 ได้มีชายคนหนึ่งซึ่งตนไม่รู้จัก เข้ามาสอบถามหารถคันดังกล่าวว่าต้องการซื้อรถ และถามหาเอกสารหลักฐาน หรือซากรถ โดยระบุว่าต้องการนำไปเป็นหลักฐานช่วยเหลือญาติที่ติดคุก จากคดีขับรถยนต์ชนคนตาย ซึ่งตนยังแปลกใจแต่บอกไปว่าขายซากรถไปแล้ว ไม่มีเอกสารและหลักฐานแล้ว " 

 นายอุบลยืนยันว่า ในช่วงที่ครอบครองรถ ไม่เคยขับไปในเมืองหรือต่างอำเภอ ตนเพียงขับไปไร่นา ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดี หรือมีปัญหาอะไรตนไม่ทราบ 

“ตั้งแต่ขายไปแล้ว มีคนมาติดต่อถามบอกว่าช่วยผมด้วย ไม่รู้ว่าเป็นใคร เขาบอกว่าเพื่อนเขาติดคุก เลยบอกไปว่าไม่รู้จะช่วยยังไง รถก็ขายไปหมดแล้ว เขาเอาไปเป็นเศษเหล็กหมดแล้ว เขาถามว่า ขายไปที่ไหนช่วยพาไปตามหาได้ไหม เขาบอกว่าอยากได้ตัวนี้ไปเป็นข้อมูล มีป้ายทะเบียนเหลือไหม ใบข้อมูลที่ไปแจ้งความส่งไปต่อทะเบียน เขาถามหาหลักฐานทุกอย่าง แต่ผมก็ตอบไม่ได้ เพราะมันไม่มี”

ส่วนความคืบหน้าของคดี ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารโดยได้มีการสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดแล้ว ซึ่งคาดว่า ภายในวันนี้น่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้น

 

ขณะที่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนางจอมทรัพย์ ร้องเรียนผ่านกระทรวงยุติธรรมให้ศาลรื้อฟื้นคดีขับรถชนคนเสียชีวิตว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ในขั้นตอนของศาล ต้องรอดูว่าศาลจะพิจารณาหรือมีคำตัดสินออกมาอย่างไร กระทรวงยุติธรรมได้เข้าไปเกี่ยวข้องในประเด็นหลักคือ ช่วยเหลือเรื่องรื้อฟื้นคดี เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับทนายความและค่าธรรมเนียมศาลที่นำมาสู่การรื้อฟื้นคดี หากคดีถึงที่สุดแล้วต้องเข้าไปดูแลว่า จะเกี่ยวข้องหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป ถือเป็นการดำเนินตามอำนาจหน้าที่ คือคุ้มครองสิทธิ์