"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้า ปฏิบัติการ BLACK EAGLE สกัดสิ่งผิดกฎหมาย

08 ก.พ. 2561 เวลา 2:23 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

"บิ๊กโจ๊ก" เดินหน้า การปฎิบัติ BLACK EAGLE ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย ทั่วกรุง จับยา แก๊งโรแมนสแกรมและยาผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 7 ก.พ. ตำรวจท่องเที่ยว สนธิกำลัง ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฎิบัติการพิเศษ 191 หน่วยอรินทราช 26 หน่วยรบพิเศษสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงข่าวผลการปฎิบัติ BLACK EAGLE ครั้งที่ 13 รวมทั้งสิ้น 437 จุด ทั่วเขตกทม. และปริมณฑล โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 คดี รวม 146 ราย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า คดีแรกจับกุมเครือข่ายแก๊งโรแมนซ์สแกม ผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วยนายเอเมก้า ซีเลสติน เอเซ่ อายุ 31 ปี และนายโอริเวอร์ โอบริโอร่า อายุ 44 ปี ทั้งสองสัญชาติไนจีเรีย สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกเพศชายหน้าตาดีทักแชทในเฟซบุ๊กโดยออกอุบายทำนองขอแต่งงานจนเกิดความเสน่หา ก่อนถูกหลอกว่ามีของขวัญส่งมาให้แต่ติดที่ด่านศุลกากรต้องโอนเงินจ่ายภาษีถึงจะนำของขวัญออกไปได้ จากนั้นผู้เสียหายเกิดหลงเชื่อโอนเงินไปให้ 1 ล้านบาท ทางคนร้ายซึ่งเป็นคนผิวสีโดยใช้รูปบุคคลคลอื่นจึงปิดเฟซบุ๊กพร้อมทั้งหลบหนีไป ทางผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.โกสัมภีนคร จ.กำแพงเพชร จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนจึงขออนุญาตศาลกำแพงเพชรออกหมายจับเลขที่ 39/2661 ลงวันที่ 7 ก.พ. ก่อนสามารถจับกุมนายเอเมก้าได้ที่คอนโดรีเจ้นท์โฮม บางนา ถนนสรรพาวุธ แขวงและเขตบางนา กทม. พร้อมทั้งของกลางบัตรเอทีเอ็มจำนวนมากก่อนขยายผลไปจับกุมนายโอริเวอร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลกำแพงเพชรที่ 37/2561 ลงวันที่ 6 ก.พ. ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่สนามบินดอนเมือง ขณะกำลังหลบหนี จากการสอบสวนทราบว่าทั้งสองเป็นม้าใช้ คอยกดเงินจากที่หลอกคนไทยเป็นจำนวนมาก และยังมีผู้เสียหายต่างทยอยเดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.โกสัมภีนคร อย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะขยายผลติดตามจับกุมตัวการรายใหญ่ ส่วนเงินทั้งหมดนั้นถูกส่งไปฟอกที่ย่านประตูน้ำ

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ตำรวจจึงแจ้งข้อหา มีหรือไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิคส์ของผู้อื่น และร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นผู้อื่น และร่วมกันกระทำความผิดโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียกายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ส่วนนายเอเมก้า ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (โอเวอร์สเตย์) ก่อนคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนคดีที่ 2 เป็นการจับกุมต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายทั้งหมด 33 จุด ในเขตกทม. และปริมณฑล สามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต 7 คน ประกอบด้วยชาวอินเดีย 5 คน เกาหลี 1 คน และเมียนมาร์ 1 คน อีกทั้งยังจับกุมบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต 7 คน แบ่งเป็นศรีลังกา 4 คน อินเดีย 2 คน และอเมริกัน 1 คน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

นอกจากนี้ ยังตรวจยึด ยาผิดกฎหมายที่ถูกนำมาจำหน่ายตามแผงลอยข้างถนนข้าวสาร แบ่งเป็นหลอดแก๊สไนตรัสออกไซด์ (แก๊สหัวเราะ ) 310 หลอด กระบอกอัดแก๊ส 6 อัน ลูกโป่งที่ยังไม่บรรจุแก๊สอีก 163 ใบอีกทั้งยังจับกุมยาแวลเลี่ยมซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 อัลปราโซแลม และโซพิเดียม และยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ไวอากร้า และสเตอรอย ซึ่งจับกุมได้ที่ร้านขายยาที พี หาร์มา ภายในซอย รามบุตรี และร้านขายยา ที พี ถนนข้าวสาร

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ตำรวจจึงแจ้งข้อหา หรือจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาตและจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท, ขายหรือจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทที่ต้องขึ้นทะเบียนวัตถุตำรับแต่มิได้ขึ้นทะเบียน, ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนสน.ชนะสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th