สาวอสังหาฯ หนีไป 2 ปี กลับมาสู้! ร้องเอาผิด ขรก.ระดับซี 9 สังกัด DSI อ้างถูกบังคับขืนใจพร้อมถ่ายคลิปแบล็คเมล์

15 ก.พ. 2561 เวลา 10:13 น.

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เจ้าของอสังหาริมทรัพย์พร้อมญาติ ร้องกองปราบปราม เอาผิดข้าราชการระดับซี 9 สังกัด DSI ใช้อาวุธปืนบังคับขืนใจและข่มขืน พร้อมทั้งถ่ายคลิปวีดีโอไว้แบล็คเมล์

ผู้เสียหายเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ วัย 38 ปี พร้อมญาติ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดี กับ ข้าราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการระดับซี 9 สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI กระทรวงยุติธรรม โดยกล่าวหาว่าข้ารายการรายดังกล่าว บังคับขืนใจและข่มขืน พร้อมกับคลิปวีดีโอไว้

โดยผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ซึ่งผู้เสียหายเจอกับข้าราชการคนดังกล่าวผ่าน facebook ก่อนนัดรวมตัวกันไปทำบุญกับกลุ่มเพื่อนๆ แต่ข้าราชการรายดังกล่าวนัดให้ออกมาพบกันก่อนล่วงหน้าที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในจังหวัดชลบุรีโดยอ้างว่า ไม่รู้จักเส้นทางที่ไปวัดดังกล่าว ในจังหวัดระยอง เมื่อถึงที่นัดหมายชายคนดังกล่าวอ้างว่าจะมอบพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ให้ แต่ต้องไปรับที่ คอนโดมิเนียม ที่อยู่ห่างออกไปไม่มาก เมื่อไปถึงห้อง ก็ถูกชายคนดังกล่าวใช้อาวุธปืนบังคับขืนใจ พร้อมกับคลิปวีดีโอไว้

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

หลังจากนั้นก็ถูกแบล็คเมล์ด้วยคลิปวิดีโอดังกล่าว พร้อมถูกบังคับข่มขืน 2 ครั้ง ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพัทยาและที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งชายคนดังกล่าวมีการสร้างพยานหลักฐานเท็จ โดยการพาไปที่ต่าง พร้อมถ่ายรูปคู่สร้างพยานหลักฐานเหมือนว่าคบหากันเชิงชู้สาว แบบสมัครใจ ต่อมาถูกภรรยาของข้าราชการรายนี้ โทรมาแสดงตัวพร้อมฟ้องร้องต่อศาลในข้อหาชู้สาวและทำให้เสื่อมเสีย โดยใช้พยานหลักฐานเป็นภาพถ่ายที่ถูกสร้างขึ้นมาฟ้องร้อง

อีกทั้งยังบังคับไม่ให้เธอ ไปให้การกับศาลในชั้นสืบพยานจนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในศาลชั้นต้น ซึ่งในระหว่างที่ถูกฟ้องร้องนั้นข้าราชการคนดังกล่าวและภรรยา ได้เรียกร้องเงินจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่เอาความ และไม่เผยแพร่เรื่องดังกล่าวกับครอบครัวผู้เสียหาย โดยเธอตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวมีการทำกันเป็นขบวนการ

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ทั้งนี้ ในระหว่างเกิดเหตุเธอได้ร้องเรียนกับกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ดำเนินการกับข้าราชการรายดังกล่าว จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนและมีผลการสอบสวนออกมาในปี 2559 ว่า มีความผิดจริงแต่เป็นความผิดเล็กน้อยถูกตัดเงินเดือนเพียงเล็กน้อย ทำให้ผู้เสียหายตัดสินใจเดินทางหนีเรื่องดังกล่าวไปต่างประเทศเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ก่อนเดินทางกลับมาและเข้าแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเพื่อเอาผิดกับข้าราชการรายนี้

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (กก.1 บก.ป.) ได้รับเรื่องไว้และจะทำการสอบสวนผู้เสียหายอย่างละเอียดเพื่อไล่ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หากพบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงก็จะดำเนินการกับข้าราชการรายดังกล่าว ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด