Breaking ข่าว

บช.น.เตรียมออกหมายจับ! คดีโกงสอบ ตร. รอบ 2 กว่า 30 ราย

วันที่ 27 ม.ค. 60 – พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยภายหลังการประชุมการตรวจสอบข้อมูลการรับสมัครและคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อบรรจุเป็นนายสิบตำรวจของ บช.น. ว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้าย โดยเป็นการสรุปจำนวนผู้ที่เข้าสมัครสอบผ่านเป็นตัวจริง จำนวน 1,000 คน ประกาศผู้สอบผ่านคัดเลือกสำรอง 141 คน รวม 1,141 คน จากผู้สมัคร 13,285 คน โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านสมัครสอบทั้งหมด 1,141 คน ในวันที่ 30 ม.ค. นี้ ผ่าน www.policeadmission.org และ http://www.ตำรวจนครบาล.com เพื่อให้มารายงานตัววันที่ 31 ม.ค. นี้ ที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต ต่อไป

โดยเมื่อถามว่า มีการออกหมายจับผู้กระทำความผิดเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องไปทั้งหมด 52 คน เป็นผู้กระทำความผิดหลัก 1 คน และผู้ที่เป็นมือปืนอีก 51 คน ส่วนรอบที่ 2 ออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 30 กว่าคน โดยศาลอนุมัติหมายจับแล้ว เป็นผู้ชักชวนและผู้ลอกข้อสอบ จากกระบวนการดังกล่าวจะมีการดำเนินการเป็นล็อต ๆ หากตรวจสอบพบว่า พยานหลักฐานไปถึงใครที่มีความเชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ เช่น กระแสการเงิน ก็จะดำเนินการพิจารณาความผิด

เมื่อถามว่า พบความผิดเกี่ยวข้องเครือข่ายนายจิระพงน์ พลายด้วง อายุ 45 ปี เจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตปทุมวัน ในฐานะผู้ว่าจ้างนักศึกษาให้มาเป็นมือปืนเข้าห้องสอบแล้วหรือไม่ พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ขณะนี้ ตรวจสอบและพบเพิ่มเติมแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย รวมถึงมีสถาบันกวดวิชาด้วย แต่ยังไม่สามารถบอกได้

“เกี่ยวข้องหลายด้านทั้งการกวดวิชาและกระทำการทุจริตด้วย โดยได้แจ้งให้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ต้องรอผลการสรุปการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน ส่วนจะมีผู้ก่อเหตุที่ใหญ่กว่านี้อีกหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ” – พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว

พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า การทำงานสอบสวนพยานได้สอบปากคำเพิ่มเติม โดยในวันพรุ่งนี้ (28 ม.ค.) ได้เตรียมเรียกพยานจำนวน 50 ราย มาสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งมีผู้เข้าสอบทยอยเข้ามาเพิ่มเติมและผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยให้พนักงานสอบสวนที่มอบหมายให้สอบสวนให้แล้วเสร็จ แล้วนำข้อมูลส่งมารวมไว้ที่ สน.พหลโยธิน ต่อไป

เมื่อถามว่า ขบวนการโกงข้อสอบในพื้นที่ บช.น. เกี่ยวข้องกับพื้นที่ บช.ภ. 1 อย่างไร พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า การกระทำผิดในพื้นที่ บช.ภ. 1 และ บช.ภ. 7 เป็นฝีมือของ บช.น. แต่ บช.น. ได้ทำการตรวจสอบพบว่า อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ก็ส่งข้อมูลกลับไปให้ยังพื้นที่ที่พบการกระทำความผิด ส่วนจะเป็นเครือข่ายเดียวกับพนักงานเทศกิจสำนักงานเขตปทุมวันหรือไม่นั้น ถือว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันด้วย แต่มีหลายกลุ่ม ซึ่งในเครือข่ายจะทำงานแยกกลุ่มกัน ส่วนของคนที่รู้ตัวว่า กระทำความผิด ให้มาสละสิทธิ์การสอบนั้น ยังสามารถเข้าแจ้งความจำนงเพิ่มเติมได้

“ถ้ารู้ตัวว่ากระทำความผิด ก็ไม่สมควรเป็นตำรวจ ขณะนี้ ตรวจสอบพบหมดแล้ว ยังอยู่ระหว่างการทยอยขออนุมัติในการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ถ้ามาก่อนก็จะทำการสอบปากคำไว้เป็นพยานไว้ ส่วนจะกันไว้เป็นพยานหรือไม่ ต้องตรวจสอบว่า พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เป็นต่อรูปคดีมากน้อยแค่ไหน ก็จะมีวิธีการดำเนินการ แต่จะกันตัวไว้เป็นพยานก็ได้ หรือว่าไม่จำเป็นต้องกันตัวไว้เป็นพยานก็ได้” รอง ผบช.น. กล่าว