ข่าวเด่นวันนี้ : ย้อนคดีฆ่า 8 ศพกระบี่ ถึงวันศาลประหารชีวิต “บังฟัต”

ด่วน! ศาลตัดสินประหาร”แก๊งบังฟัต” คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ

วันที่ 28 มี.ค.61 ศาลจังหวัดกระบี่ มีคำพิพากษาในคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ตัดสินประหารชีวิต จำเลย 1-6 คือ

1.นายซูริก์ฟัต บ้านนพวงศ์กุล จำเลยที่ 1
2.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ จำเลยที่ 2
3.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ จำเลย 3
4.นายอรุณ ทองคำ จำเลย 4
5.นายประจักษ์ บุญทอย จำเลย 5
6.นายธนชัย จำนอง จำเลย 6

ส่วน นายธวัฒชัย บุญคง จำเลยที่ 7 ให้จำคุก 1 ปี 9 เดือน และ น.ส.ชลิตา สังขะโชติ จำเลยที่ 8 ให้จำคุก 12 เดือน

 

ย้อนรอยฆ่ายกครัว 8 ศพ จ.กระบี่ เมื่อคนใกล้ตัว น่ากลัวกว่าที่คุณคิด!

 

คดีสะเทือนขวัญอุกฉกรรจ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อ 16.00 น. ของวันที่ 10 ก.ค. ปี 60 ที่ผ่านมา เมื่อกลุ่มคนร้าย พร้อมอาวุธครบมือ แต่งชุดลายพรางบุกเข้าบ้าน นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านเขางาม ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่

โดย 1ในจำนวนนี้ สวมหมวกโม่งปิดบังใบหน้า อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ทำทีขอตรวจค้นบ้าน และ รอจน นายวรยุทธ กลับมาถึงบ้าน ในเวลา 20.00 น. จากนั้นได้ถูกจับใส่กุญแจมือและปิดตา

กระทั่ง เวลา 24.00 น. ก็เริ่มใช้ปืนทยอยสังหารทุกคนในบ้าน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมทั้ง นายวรยุทธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ศพ ก่อนหลบหนี ยังนำรถยนต์ โตโยต้า ยาริส สีบรอนเทา ทะเบียน กค 533 กระบี่ ของผู้เสียชีวิตไปด้วย เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้รอดชีวิตมาได้ราวปาฏิหาริย์ 4 คน

1ใน ผู้รอดชีวิต ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนแฉลบศีรษะทำให้ตกใจช็อกจนสลบ แต่ก็สามารถจดจำใบหน้าคนร้ายได้ 4 คน และยังได้ยินบทสนทนาระหว่างคนร้ายกับผู้ใหญ่บ้าน ระบุถึงเรื่องเงินและความขัดแย้งที่ดินด้วย จนนำไปสู่การสเก็ตช์ภาพผู้ต้องสงสัย

ช่วงแรก ตำรวจให้น้ำหนักปมความขัดแย้งสัมปทานโรงโม่หิน ที่ นายวรยุทธ รับเงินมาจากนายทุนกว่า 10 ล้านบาท เพื่อไกล่เกลี่ยกับชาวบ้านที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน แต่นายวรยุทธ ทำไม่สำเร็จ จนนำไปสู่การเรียกสอบปากคำ นายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา เพื่อนสนิทนายวรยุทธ แต่ นายเชษฐ์ดนัย ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ พร้อมให้ความร่วมมือตำรวจตรวจสอบได้เต็มที่

ต่อมา มีพยานให้การ ยืนยัน จดจำเสียงของหนึ่งในคนร้ายได้ และเป็นคนใกล้ตัวผู้ใหญ่บ้าน และเคยมีปัญหาความขัดแย้งที่ดินมาก่อน สอดคล้องกับข้อมูลของ นาย จเร บุตรเติบ พ่อตาของผู้ใหญ่บ้าน ที่เคยให้ข้อมูลว่า ลูกเขยขัดแย้งปัญหาที่ดินกับนายทุนคนหนึ่ง

ตำรวจจึงมุ่งประเด็นไปที่ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศกุล หรือ บังฟัต นายทุนเงินกู้ ตัวแทนรับฝากที่ดิน และเป็นญาติฝ่ายภรรยาของผู้ใหญ่บ้านด้วย ก่อนที่ตำรวจจะใช้เวลาเพียง 5 วัน สืบสวนหาหลักฐานติดตามจับคนร้ายได้ยกแก๊ง 8 คน เกือบทั้งหมดอ้างว่าถูกบังฟัตหลอกให้ไปทวงหนี้เท่านั้น

19 ก.ค.60 9 วัน หลังเกิดเหตุ ศาลจังหวัดกระบี่ อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 8 คน โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า บังฟัต รับสารภาพตั้งแต่วันแรกที่ถูกจับ ว่าเป็นคนลงมือจริง มูลเหตุมาจากการขายฝากที่ดินที่นายวรยุทธ นำไปจำนองกับ บังฟัต แต่บังฟัตนำโฉนดไปจำนองธนาคาร ทำให้ไม่สามารถนำโฉนดมาคืนได้ จึงเกิดการขู่ฆ่ากันไปมา จน บังฟัด ต้องย้ายไปอยู่นอกพื้นที่ ทำให้สถานะการเงินมีปัญหา จึงวางแผนก่อเหตุดังกล่าว ตำรวจได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งหมด รวม 6 ข้อหา คือ

– ความผิดอาญามาตรา 289(4) ผู้ใดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ระวางโทษจำคุกประหารชีวิต

– มาตรา 288 ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี

– มาตรา 210 ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด และความผิดนั้นมีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

– มาตรา 310 ผู้ใดหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย หากการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยว กักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตายหรือรับอันตรายแสนสาหัส ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 290 297 หรือ 298 ความผิดเกี่ยวกฐานกรรโชก รีดทรัพย์ ชิงทรัพย์

– มาตรา 340 ตรี กรณีที่มีการแต่งกายเลียนแบบทหารหรือตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหารหรือตำรวจ หรือโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ต้องระหว่างโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ กึ่งหนึ่ง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

และ ความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดฯ มาตรา 7 ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มี ใช้ สั่ง หรือนำเข้า ซึ่งอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000 – 20,000 บาท ก่อนนำตัวทั้งหมดไปฝากขังเรือนจำจังหวัดกระบี่ ล่าสุดมีรายงานว่า วันนี้ (28 มี.ค.) ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว ในเวลา 09.00 น.