ข่าว

ตรวจแนวรบสงครามออนไลน์ “ธรรมกาย-รัฐ”

อาวุธหลักที่วัดพระธรรมกายจะงัดมาสู้และปกป้องตัวเองในช่วงนี้คือ "โลกออนไลน์ " ที่สามารถเเชร์ข่าวสารในมุมที่ต้องการสื่อออกไปให้สังคมรับรู้เเบบทันท่วงที

วันที่ 22 ก.พ.60 สปริงออนไลน์ ทราบมาว่า การบริหารจัดการสื่อออนไลน์ของวัดพระธรรมกาย จะมีทีมมาร์เก็ตติ้งอินเฮาส์ของวัดพระธรรมกายเป็นผู้ดูแล โดยมีทีมงานกว่า 40 คน เเต่การบริหารจัดการข้อมูลข่าวสารต่างๆจะอยู่ภายใต้สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เเนวการบริหารข่าวสารในโลกวันนี้นั้นทราบมาว่ามีการเเบ่งงานกันเบื้องต้นคือ 1.สื่อสารผ่านสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นการสื่อสารทั้งภายในและภายนอก 2.การสื่อสารผ่านโซเซียลมีเดีย เช่น กรุ๊ปไลน์ เฟซบุ๊ก และบล็อกต่างๆ ทีมงานโฆษกของวัดที่มีเหล่าศิษยานุศิษย์ เเละพระชั้นผู้ใหญ่บางรูป เช่น พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายที่ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวช่วยกระจายข่าวสาร

ซึ่งเมื่อเจาะลึกลงไปจะพบว่า มูลนิธิธรรมกายถูกดึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดการสื่อออนไลน์ของวัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะเว็บไซต์วัดพระธรรมกาย www.dhammakaya.net และเว็บไซต์กัลยาณมิตร (kalyanamitra.org) เว็บไซต์ที่เผยแพร่คำสอนและกิจกรรมต่างๆ ของวัดพระธรรมกาย ได้จดทะเบียนเว็บไซด์ในนามมูลนิธิธรรมกาย โดยเป็นการรวมบทความ คำคม ให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นและสื่อธรรมะ และบทสัมภาษณ์ผู้ที่ไปทำบุญที่วัดพระธรรมกาย

รวมถึง v peace หรือ องค์กรอาสาสมัครเพื่อสันติภาพโลก ที่เป็นผู้จดทะเบียนเว็บไซด์ ปริยัติ (pariyat.com) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของโรงเรียนพระปริยัติธรรมของวัดพระธรรมกาย ที่เผยแพร่เฉพาะกิจกรรมของโรงเรียนพระปริยัติธรรมทั้งหมด

ขณะเดียวกันเฟซบุ๊ก สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ที่เป็นหนึ่งเครื่องมือในการถ่ายทอดสดข้อมูลทุกด้าน เพราะยามนี้ต้องยอมรับว่าการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น เป็นกลวิธีอันดับต้นๆ ที่สังคมกำลังนิยมเพราะสามารถ่ายทอดสดได้ง่ายๆ ด้วยสมาร์ทโฟนเพียง 1 เครื่อง

การใช้โซเชียลมีเดียสามารถเผยแพร่ได้รวดเร็ว ทำให้ลูกศิษย์นับแสน นับล้านคนที่อยู่ทั่วโลกรับรู้ข่าวสารได้ทันที เช่นข่าวสารการปะทะระหว่างตรวจค้นที่บริเวณประตู 5 เเละประตู 6 หรือภาพการปัดกล้องช่างภาพรวมทั้งการไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้หญิงของดีเอสไอในช่วงบันทึกภาพการตรวจค้น

 

ขณะที่เจ้าภาพหลักในการตรวจค้นครั้งนี้คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ก็ไม่ยอมตั้งรับอย่างเดียว เพราะจากนี้ไป "ดีเอสไอ" จะมีการไลฟ์เฟซบุ๊กเพื่อให้ประชาชนได้เห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ ว่าการเข้าตรวจค้นนั้นปราศจากอาวุธและความรุนแรง ดีเอสไอได้พูดคุยกับพระผู้บริหารวัดธรรมกายเพื่อ ขอให้สื่อสารกับพระลูกวัดและกลุ่มศิษย์ที่มาชุมนุม ว่า เจ้าหน้าที่ต้องการเข้าตรวจค้นวัดเพื่อหาผู้ต้องหาตามหมายจับ ไม่ได้ใช้กำลังความรุนแรงกับพระและผู้ชุมนุม ซึ่งวัดพระธรรมกายได้รับปากว่าจะไปพูดคุยให้ โดยหลังจากตรวจค้นดีเอสไอจะแถลงสรุปผลปฏิบัติการเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบในแต่ละวัน 

สมรภูมิตอนนี้ทั้งสองฝ่ายต่างใช้อาวุธออนไลน์ชี้เเจงสังคมด้วย "ความเร็ว-ถูกต้อง" เพื่อไล่บี้อีกฝ่ายหากกระทำผิดให้พ่ายเเพ้บนกระดานข้อมูลข่าวสารในยามนี้