ตำรวจกองปราบ คุมตัวเจ้าอาวาส และ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดัง - ฆราวาส รวม 10 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด ฝากขังศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

กองปราบ คุมพระวัดดัง-ฆราวาส เอี่ยวเงินทอนวัด ฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ

ตำรวจกองปราบปราม ได้ควบคุมตัวพระศรีคุณาภรณ์ หรือ พระมหาบุญทวี คำมา และ พระครูสิริวิหารการ (สมจิตร จันทร์ศรี) พระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือ เจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พร้อมด้วยพระอีกหนึ่งรูป และฆราวาส4คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับในคดีทุจริตเงินทอนวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พร้อมด้วย พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพฯ และกรรมการมหาเถรสมาคม กับพระลูกวัด และพระอรรถกิจโสภณ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ออกจากกองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฝากขัง เบื้องต้นจากการสอบถามทนายความของเจ้าอาวาสวัดสามพระยายอมรับว่า มีการรับเงินที่จัดสรรมา 5 ล้านบาทจริง แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่ามีการส่งต่อไปที่ใด

สำหรับการทุจริตคดีเงินทอนวัดของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ตำรวจพบการทุจริตเงิน 2 ปีงบประมาณ คือ
1. ปี 2557 งบประมาณสนับสนุนโรงเรียนปริยัติธรรม ของ วัดสระเกศ จำนวน 87.5 ล้านทั้งที่วัดสระเกศไม่มีการจัดตั้งโรงเรียนดังกล่าว แต่กลับรับงบประมาณดังกล่าวมาจึงมีความผิดชัดเจน
2. ปี 2559 ซึ่งแบ่งเป็น 2 โครงการ ได้แก่ โครงการอบรบคุณธรรม งบประมาณ 37.2 ล้านบาท ถูกนำไปกระจายให้วัด 2 แห่งในต่างจังหวัดรวม 8 ล้านบาท และได้มีการทอนคืนวัดสระเกศ 29.2 ล้านบาท

ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเงินที่ทอนคืนวัดนั้นได้มีการคืนให้สำนักพุทธศาสนา หรือ อยู่ที่ผู้ใด ส่วนโครงการศูนย์กลางเผยแผ่พระพุทธศาสนา งบประมาณ 32.5 ล้านบาท ซึ่งตำรวจพบว่างบดังกล่าวไม่ได้นำไปใช้บำรุงศาสนาแต่อย่างใด แต่ถูกโอนเข้าบัญชีของนางสาวนุชรา สิทธินอก จำนวน 25 ล้านบาท และ นายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี อีกจำนวน 5 ล้านบาท ทำให้ทั้ง 2 เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินด้วย

ส่วนวัดสามพระยาวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศาราม ตำรวจพบว่าได้รับเงินงบประมาณมาวัดละ 5 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นงบอุดหนุนวัด แต่เงินถูกโอนเข้าบัญชีฆราวาส รวม 9 บัญชี