เพื่อนบ้านจี้เอาเรื่อง”ป้ามหาภัย”ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์

เพื่อนบ้านสุดทนประสานองค์กรต่อต้านการกระทำผิดต่อสัตว์ หรือ Watchdog ไทยแลนด์ เอาผิด”ป้ามหาภัย”ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์

นางชนน์ชนก ตั้งแตงศิริ ตัวแทนกลุ่ม Watchdog ไทยแลนด์ หรือองค์กรต่อต้านการกระทำผิดต่อสัตว์ (WDT) พร้อมน.ส.กรกวรรณ ชูพากเพียร อายุ 42 ปี และผู้พักอาศัยในซอยอโศก-ดินแดง21 แยก11 หรือ ซอยโพธิ์ปั้น แยก10 แขวงและเขตดินแดง กทม. อีก 6 คน เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.เสนิต สําราญสํารวจกิจ ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง และนายฐาปกิต สิงห์มณี หัวหน้าฝ่ายเทศกิจเขตดินแดง เพื่อให้เข้าตรวจสอบภายในทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เลขที่580/349 ซึ่งเป็นบ้านของนางแสงระวี กัญใจรุ่งโรจน์ อายุ 69 ปี หลังพบว่าบ้านหลังดังกล่าวมีการกักขังสุนัขกว่า 50 ตัว ไว้ในกรงตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสุนัขอยู่ในสภาพทรุดโทรม และส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน อีกทั้งมีการนำสุนัขมาสต๊าฟตั้งโชว์ไว้หน้าบ้าน ทำให้ประชาชนในละแวกนั้นได้รับควมเดือดร้อน โดยนำหลักฐานภาพถ่าย และรายชื่อเพื่อนบ้านในซอยอโศก-ดินแดง21 แยก11 หรือ ซอยโพธิ์ปั้น แยก10 กว่า 20 คนเข้าแจ้งความร้องทุกข์

น.ส.กนกวรรณ ตัวแทนเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ในซ.ดังกล่าว เล่าว่า บ้านตนอยู่ห่างจากบ้านป้าแสงระวี เพียง 2 หลัง เท่าที่ทราบบ้านหลังดังกล่าวมีเลี้ยงสุนัขมานานกว่า 30 ปี ก่อนหน้านี้มีการเลี้ยงสุนัขสูงสุดถึง 105 ตัวไว้ในบ้านทซึ่งมีพื้นที่เพียง 16 ตารางวา ทำให้ต้องทุบผนังและกำแพงบ้านชั้นที่ 2 ออกเพื่อระบายความร้อนและใช้พัดลมเป่าเพื่อระบายกลิ่นเหม็นเน่า และเมื่อ 2-3 ปีก่อน ตนและเพื่อบ้านได้มีการร้องเรียนไปยังเขตดินแดง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาพูดคุยให้ลดจำนวนสุนัขลงจนเหลือ 50 ตัว และลดลงเรื่อยๆจนเหลือเพียง 10 ตัว แต่ตนเองไม่ทราบว่ามีการลดจำนวนสุนัขลงด้วยวิธีใด นอกจากนี้ยังพบว่ามีการขังสุนัขไว้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่เคยปล่อยให้เดินเล่น และเมื่อเจ็บป่วยก็ไม่ได้มีการนำไปรักษา รวมถึงมีการนำสุนัขที่เสียชีวิตมาสต๊าฟตั้งโชว์ไว้หน้าบ้าน เมื่อชาวบ้านพูดกันมากๆก็เก็บเข้าไปในบ้าน

น.ส.กนกวรรณ กล่าวอีกว่า ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีเพื่อนบ้านได้เข้าไปพูดคุยเพื่อปรับทัศนคติและเสนอมุมมองเพื่อหาทางแก้ไข แต่นางแสงระวีไม่รับฟัง กลับสาดน้ำไล่ รวมถึงยังมีพฤติกรรมอื่นๆ กับผู้ที่พยายามจะเข้าไปคุยอีกด้วย ที่รวมตัวกันมาร้องทุกข์วันนี้อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบเรื่องดังกล่าวว่า ทุกอย่างเข้าข่าย พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์หรือไม่ และอยากให้ป้าเปลี่ยนพฤติกรรม และทำตามกฎและมารยาทของสังคม ซึ่งถ้ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้านก็ยินดีที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขต่อไป

ด้ายพล.ต.ต.เสนิต กล่าวว่า วันนี้ทางตำรวจจะยังไม่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้าน โดยสั่งการให้ทาง พ.ต.อ.พ.ต.อ.กัมพล ผกก.สน.ห้วยขวางรับเรื่องร้องทุกข์ไว้ และสอบปากคำผู้ร้องทุกข์พร้อมประสานทางสำนักงานเขตดินแดง กรมปศุสัตว์เพื่อร่วมตรวจสอบว่าเป็นไปตามที่ร้องเรียนหรือไม่ และจะพิจารณาว่าเข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์ตามที่มีการ้องทุกข์หรือไม่ เรื่องนี้ต้องทำอย่างรอบคอบ ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบเพื่อไปขอหมายค้นและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานในการตรวจสอบเรื่องนี้

ขณะที่ทีมข่าวสปริงนิวส์ลงพื้นที่บ้านเกิดเหตุ เพื่อสอบถามนางแสงระวี เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อไปถึงพบว่านางแสงระวี ไม่อยู่บ้าน มีเพียงชายสูงวัย ที่อยู่ในบ้านแต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อกับสื่อมวลชน โดยอ้างว่าตัวเขาไม่ใช่สามีของนางแสงระวี อย่างที่เพื่อนบ้านเข้าใจ เพราะเป็นเพียงคนดูบ้านให้นางแสงระวีเท่านั้น  นอกจากนี้ชายคนดังกล่าวยังไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่จาก Watchdog ไทยแลนด์ เข้าไปตรวจสอบสภาพภายในบ้าน โดยทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามเจรจาให้เจ้าของบ้านมอบสุนัขทั้งหมด ให้ทาง Watchdog ไทยแลนด์ นำไปตรวจสุขภาพและจัดหาสถานที่เลี้ยงที่เหมาะสม แต่ชายสูงวัยอ้างว่าไม่มีอำนาจในการตัดสิน เพราะต้องต้องนางแสงระวี กลับมาจากทำธุระนอกบ้านก่อน เมื่อสื่อมวลชนพยายามโทรศัพท์ติดต่อนางแสงระวี ปรากฎว่านางแสงระวี ไม่ได้นำโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ทางสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ Watchdog ไทยแลนด์ จึงแยกย้ายกันเดินทางกลับมายังสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ในการขออนุมัติศาลออกหมายค้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการตรวจสอบว่ามีการทารุณกรรมสัตว์ ตามที่ถูกร้องเรียนจริงหรือไม่ต่อไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน