ศาลสั่งจำคุก ส.อ.พลฤต มือสังหารน้องพลอย 33 ปี พร้อมชดใช้เงินให้ญาติ 1.5 ล้านบาท

ศาลจังหวัดสระบุรี สั่งจำคุก ส.อ.พลฤต วิเศษ ลักพาตัว น้องพลอย อดีตแฟนสาว ก่อนสังหารแล้วนำศพไปทิ้งที่ เป็นเวลา 33 ปี 11 เดือน พร้อมให้ชดใชเงินให้ญาติ 1,500,000 บาท

วันนี้ (5 ก.ค.) ศาลจังหวัดสระบุรี มีคำสั่งให้เบิกตัว ส.อ.พลกฤต วิเศษ จำเลย ลงมือสังหาร น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล หรือน้องพลอย อดีตแฟนสาว ก่อนนำศพไปทิ้งอำพราง ในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จากเรือนจำจังหวัดสระบุรีมาฟังคำพิพากษา ในคดีดังกล่าว

โดยศาลพิจาราณาแล้วเห็นว่า ส.อ.พลกฤต มีความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 33 ปี 11 เดือน และให้ชำระเงินแก่โจทก์ เป็นเงิน 1,500,000 บาท

สำหรับ คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2557 โดย ส.อ.พลกฤต ได้ลักพาตัว น.ส.พลอยนรินทร์ ระหว่างกำลังเดินทางกลับจากที่ทำงาน จากนั้นนางพัชรี ปั้นทอง มารดาของ น.ส.พลอยนรินทร์ ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน แต่ผ่านไปนานกว่า 3 ปีคดีไม่มีความคืบหน้า นางพัชรี จึงเดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ทำให้พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจสอบสำนวน และเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว จากการกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวต่อหน่วยงานทหารในพื้นที่ เมื่อวันที่ 13 ส.ค.60 และ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ตรวจดูสำนวนชันสูตรพลิกศพในช่วงปี 2557-2558 พบว่า มีสำนวนชันสูตรศพที่น่าสงสัย จำนวน 1 สำนวน เป็นกรณีพบศพในพื้นที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี โดยในที่เกิดเหตุพบฟันและอุปกรณ์จัดฟันที่มีลักษณะตรงกับของ


น.ส.พลอยนรินทร์ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ ศูนยพิสูจน์หลักฐานตรวจพิสูจน์เพื่อยืนยันตัวบุคคล จากพยานหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ พบว่า สามารถยืนยันตัวบุคคลว่าเป็น น.ส.พลอยนรินทร์ ได้อย่างถูกต้อง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ให้ทำการซักถาม ส.อ.พลกฤต โดย ส.อ.พลกฤต ให้การรับสารภาพว่าได้ลักพาตัว น.ส.พลอยนรินทร์ ไปฆ่า แล้วนำศพไปทิ้งไว้ในจุดที่พบศพ ดังกล่าวจริง สาเหตุเนื่องจาก น.ส.พลอยนรินทร์ ตีตัวออกห่าง หลังจากทราบว่าตนเองมีภรรยาและลูกอยู่แล้ว พนักงาน สอบสวนได้นำผู้ต้องหาไปชี้สถานที่ทิ้งทำลายศพ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้พนักงานสอบสวน จึงมีความเห็น ส่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลทหารบกจังหวัดสระบุรี แต่เนื่องจากศาลเห็นว่าคดีนี้อาจมีพลเรือนร่วมกระทำความผิดด้วย จึงส่งสำนวนมาให้ศาลจังหวัดสระบุรีพิจารณา