อาชญากรรม

โหด…ผัวคว้าค้อนทุบหัวเมียดับคาห้องพัก ก่อนผูกคอตัวเองหนีความผิด คาดปมฝ่ายหญิงของเลิก [คลิป]

เกิดเหตุ ผัวใช้ค้อนทุบหัว เมียดับคาห้องพัก ก่อนผูกคอตายหนีความผิด คาดเกิดจากปมปัญหาที่ฝ่ายหญิงขอเลิกหลังจับได้ว่าฝ่ายชายมีหญิงอื่น

ตำรวจ สน.ท่าเรือ พร้อม ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ ห้องพักเลขที่ 24/204 ชั้น 5 แฟลต 24 การเคหะท่าเรือคลองเตย เขตคลองเตย หลังได้รับแจ้งเหตุ พบศพภายในห้องพัก โดยเบื้องต้น พบร่างหญิงสาวรายหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างเตียง บริเวณศรีษะคล้ายกับถูกทุบด้วยของแข็ง หลายครั้ง และในห้องน้ำพบศพชายรายหนึ่งผูกคอเสียชีวิต นอกจากนี้พบค้อนปอนเปื้อนเลือดวางอยู่บนที่นอน

และจากการตรวจสอบทราบว่า ฝ่ายหญิงชื่อ น.ส.ธัญยภัสร์ พณิชชัยพงศ์ อายุ 47 ปี ส่วนฝ่ายชาย นายสิริเชษฐ วณิชอุดมพัฒน์ อายุ 42 ปี ขณะที่การสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่าเมื่อคืนเวลาประมาณ 22.00 น. เจอ น.ส.ธัญยภัสร์ ขณะที่กำลังจะขึ้นห้อง ก่อนจะทักทายกัน โดยน.ส.ธัญยภัสร์ได้เล่าให้ฟังว่าเครียด มีปัญหากับนายสิริเชษฐ ไม่รู้ว่าตกลงปัญหากันได้หรือไม่ ซึ่งพยานคนดังกล่าวก็ได้ปลอบไปว่าให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ คุยกัน ก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นห้อง มาทราบอีกทีก็พบว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว

สำหรับ น.ส.ธัญยภัสร์ ได้มาอาศัยอยู่ที่แฟลตดังกล่าว 7-8 ปี โดยย้ายมาเช่าห้องอยู่กับลูกชายและลูกสาว หลังจากนั้นก็เริ่มคบหากับนายสิริเชษฐ จึงได้แยกออกมาเช่าห้องในแฟลตเดียวกัน อยู่กับนายสิริเชษฐเพียง 2 คน ซึ่งนายสิริเชษฐ จะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ประกอบกับทำงานในเวลากลางคืน ต่างกับน.ส.ธัญยภัสร์ ที่เป็นคนคุยเก่ง และเป็นกรรมการในชุมชนแฟลตด้วย จึงทำให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งทุกคนตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ นายนิธิพัฒน์ พณิชชัยพงศ์ อายุ 25 ปี ลูกชายของน.ส.ธัญยภัสร์ เปิดเผยว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมา แม่เคยเล่าให้ฟังว่าอยากเลิกกับนายสิริเชษฐ เนื่องจากจับได้ว่าไปคบกับผู้หญิงอีกคน แต่ฝ่ายชายไม่ยอมเลิก และเมื่อคืนที่ผ่านมาแม่ได้ไปนั่งดื่มกินกับเพื่อนที่ใต้แฟลต ก่อนที่นายสิริเชษฐ จะโทรศัพท์ตามให้แม่ขึ้นมาตกลงปัญหาบนห้อง กระทั่งมาทราบอีกครั้งก็เกิดเหตุแล้ว และก่อนหน้านี้แม่ ไปเยี่ยมญาติที่ประเทศอังกฤษ และเพิ่งจะกลับมาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่นำร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ส่งสถาบันนิติเวชรพ.จุฬาฯ เผื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนส่งมอบให้ทางญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป