ตำรวจรวบทั้งยกแก๊ง “แท็กซี่ปลอม”

ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จับแก๊งแท็กซี่ ที่สวมทะเบียนเข้ารับผู้โดยสารในสนามบินฯ

รถแท็กซี่สีเขียวเหลือง จำนวน 5 คันถูกตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยึดได้จาก นายเทวพรใจดิ ชาวจังหวัดสุรินทร์ , นายวิเชษฐ์ เก๊กฮั้ว , นายปรีชา เก๊กฮั้ว , นายชยาทิต คฤหโยธิน และ นายอรุณ บัวอุ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ร่วมกันสวมทะเบียนรถแท็กซี่ปลอม ก่อนนำไปรับผู้โดยสาลในสนามบินสุวรรณภูมิ

ารจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการขยายผลจับกุม นายอภิวัตร เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มปลอมแปลงเอกสารแผ่นภาษีประจำปี สมุดคู่มือรายการจดทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายทะเบียนปลอม จนพบว่ายังมีกลุ่มขบวนการทำการสวมทะเบียนรถแท็กซี่และปลอมแปลงเอกสารที่ผิดกฎหมายออกรับจ้างส่งผู้โดยสาร ประชาชนทั่วไป รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากสนามบินสุวรรณภูมิ และตามโรงแรมต่างๆ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถแท็กซี่มคันที่โดนสวมทะเบียน

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการขยายผลจับกุม นายอภิวัตร เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มปลอมแปลงเอกสารแผ่นภาษีประจำปี สมุดคู่มือรายการจดทะเบียนรถยนต์ แผ่นป้ายทะเบียนปลอม จนพบว่ายังมีกลุ่มขบวนการทำการสวมทะเบียนรถแท็กซี่และปลอมแปลงเอกสารที่ผิดกฎหมายออกรับจ้างส่งผู้โดยสาร ประชาชนทั่วไป รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากสนามบินสุวรรณภูมิ และตามโรงแรมต่างๆ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถแท็กซี่มคันที่โดนสวมทะเบียน

จนเมื่อวันที 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมรถแท็กซี่ 3 คันในพื้นที่ สน. จรเข้น้อย และสน. ดินแดงและในวันที่ 16 สิงหาคม 2561 สามารถจับกุมผู้ต้องหา เพิ่มอีก 2 ราย พร้อมรถแท็กซี่สองคันในพื้นที่ สน. บางซื่อ

สำหรับการออกใบอนุญาตให้แท็กซี่ขับได้ครั้งละ 9 ปี และต้องเปลี่ยนเป็นรถบ้านทันที แต่บางรายไม่ยอมเปลี่ยน ติดต่อเครือข่ายปลอมแปลงสวมทะเบียนรถแท็กซี่จริง หรือติดต่อซื้อขายทะเบียนจากเจ้าของรถ หรือ บริบัทรถแท็กซี่ คันละ 3-5 หมื่น บาท เพื่อให้บริการได้ใหม่ โดยภายในรถสภาพเก่า แต่ด้านนอกดูใหม่ ซึ่งรถที่หมดอายุนี้เป็นภัยต่อสังคม เพราะหากผู้ขับขี่นำไปก่อเหตุอาชญากรรมจะจับกุมได้ยาก เนื่องจากทะเบียนรถปลอม อีกทั้งส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบจากมลภาวะเป็นพิษ และจากการตรวจสอบพบรถลักษณะดังกล่าววิ่งอยู่ที่สุวรรณภูมิและในหลายพื้นที่ มากถึง 500 -100 คัน

เบื้องต้นตำรวจตั้งข้อกล่าวหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งหากพบเจ้าของรถหรือบริบัทรถแท็กซี่ซื้อขายทะเบียนจะดำเนินคดีจ้อหาเดียวกันนอกจากนี้ยังมีรถแท็กซี่สวมทะเบียนที่อยู่ในเครือข่ายดังกล่าวอีกจำนวนมาก ตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาลกำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน