ศาล นัดสืบพยาน คดีล่าเสือดำป่าทุงใหญ่ฯ 27 พ.ย. นี้

ศาลจังหวัดทองผาภูมิ นัดสืบพยานโจทก์-จำเลย คดีเสือดำทุ่งใหญ่นเรศวรฯ เริ่ม 27 พฤศจิกายนนี้ หลังประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 7 วินิจฉัยว่าคดีอาญาอยู่ในอำนาจขอบเขตของศาลจังหวัดทองผาภูมิ

นัดสืบพยานคดีล่าเสือดำ 27 พ.ย. นี้

จากกรณีที่ ทนายความของนายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ ขอโอนย้าย คดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ซึ่งต่อมา ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้ส่งเรื่องไปให้ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัย ว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจของศาลจังหวัดทองผาภูมิหรือไม่ และนัดจำเลยให้มาฟังคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 วานนี้ ( 27ส.ค.61)

เมื่อเวลา 08.50 น. นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกได้แก่ นายยงค์ โดดเครือ นางนที เรียมแสน นายธานี ทุมมาศ และทนายความได้เดินทางมาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ ทั้งหมดมีสีหน้าที่เรียบเฉย โดยเฉพาะนายเปรมชัย ดูท่าทางแข็งแรง และไม่ได้ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงในการเดิน จากนั้นได้ขึ้นไปรอฟังคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 2 ในเวลาไล่เลี่ยกันกับ นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ และ พันตำรวจโทอำนาจ สุจริตชัย รองอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะโจทก์

กระทั่ง เวลา 15.35 น.ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ ว่า ศาลจังหวัดทองผาภูมิได้นัดสืบพยานโจทก์เป็นฝ่ายแรก รวม 10 นัด คือวันที่ 27,28,29,30 พฤศจิกายน ,วันที่ 6,7 ธันวาคม ,วันที่ 11,12,13 ธันวาคม และ วันที่ 18 ธันวาคม 2561 โดยพยานโจทก์มีทั้งหมด จำนวน 32 ปาก จากนั้นนัดสืบพยานจำเลย ที่มีอยู่ จำนวน 17 ปาก รวม 6 นัด คือวันที่ 19,20,21,25,26,27 ธันวาคม 2561

สำหรับคดีดังกล่าว อัยการจังหวัดทองผาภูมิ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวกรวม 4 คน ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2567 ใน 6 ข้อหาคือ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

1.ฐานร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
2.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต
3.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.ฐานร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
5.ฐานร่วมกันช่วยซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำความผิดกฎหมาย
6.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต