“บิ๊กโจ๊ก” แฉกลโกงตุ๋นหลอกลงทุนแปรรูปทอง เหยื่อสูญกว่า 200ล้าน [คลิป]

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. แถลงจับกุมนายรักประมวล หลุยจันทึก อายุ 55 ปี นางเพ็ญศรี มีพิมพ์ อายุ 51 ปี สองสามีภรรยา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หลังหลอกระดมทุน ทำทองรูปพรรณ มีผู้ตกเป็นเหยือกว่า 160 คน มูลค่าความเสียหายราว 200 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาได้ที่วัดบางบัว แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้ต้องหาเดิมทีเปิดธุรกิจส่วนตัวอยู่แล้ว ในชื่อบริษัท เคทีพีโกลด์ จำกัด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับแปรรูปทองคำอยู่แล้ว จากนั้นเมื่อช่วงปี 2560 เริ่มชักชวนให้ประชาชนมาร่วมลงทุนโดยมีการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ www.ktpgoal.com ให้ร่วมลงทุนซื้อทองคําแท่ง แปรสภาพเป็นทองคํารูปพรรณ เมื่อผู้เสียหายสนใจจะพาไปดูโรงงานแปรรูปทองคำของตนภายในบ้านเลขที่ 127 ซ.เพชรเกษม 48 แยก 4 แขวงบางด้วน เขตภาษีเจริญ กทม.

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นจะให้เข้ากลุ่มไลน์ ชื่อ “วันที่ทุกคนรอคอย” (KPT GOLD) แนะนำการลงทุน 3 แบบ แบ่งเป็น 1.ปันผลรายวัน เช่น ลงทุน 1 ล้านบาท ได้เงิน 25,000 บาทต่อวัน จำนวน 60 วัน รวมเป็นเงิน 1,500,000 บาท 2.ปันผลต่อสัปดาห์ เช่น ลงทุน 1 ล้านบาท ได้เงิน 140,000 บาทต่อสัปดาห์ ต่อสัปดาห์จำนวน 10 สัปดาห์ รวมเป็นเงิน 1,400,000 3.โครงการออมทอง KTP เช่น ลงทุน 1 สลึง ออมอย่างน้อย 30 วัน หากถอนามารถเลือกรับทองหรือเงินสดได้ จะได้ผลตอบแทน 4 เปอร์เซ็นต์ ของราคาทองที่ออม เป็นต้น และหากผู้ลงทุนสามารถชักชวนผู้อื่นโรงงานลงทุนก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นต่อหัว 6 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้แต่ละการลงทุนจะมีโบนัสอื่นๆเพิ่มให้ เมื่อผู้เสียหายเชื่อจะได้รับไอดีและพาสเวิร์ดเข้า www.ktpgoal.com ดูผลกำไรที่ลงทุนและโปรโมชั่นอื่นๆที่จะลงทุนเพิ่มได้ ซึ่งช่วงแรกผู้เสียหายได้รับเงินปันผลตามที่กำหนด จึงหลงเชื่อและลงทุนมากขึ้น

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กระทั่งช่วงเดือน ก.ค. ผู้ต้องหาเริ่มจ่ายเงินไม่ตรงเวลากลุ่มผู้เสียหายได้ติดตามทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยง และต่อมาได้ประกาศว่าไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้โดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่อายัดบัญชีเนื่องจากสงสัยว่าฟอกเงินผู้เสียหายเชื่อว่าน่าจะเป็นการสร้างเรื่องจึงรวมตัวกันมาแจ้งความร้องทุกข์ ส่วนทางผู้ต้องหาได้หลบหนีไปอาศัยในย่านปริมณฑล กระทั่งวันที่ 6 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะเดินทางไปทำบุญที่วัดบางบัว จึงส่งกำลังไปสังเกตการณ์บริเวณวัดจนสามารถจับกุมได้ในที่สุด

พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาให้กาารับสารภาพว่า ได้ฉ้อโกงเงินของผู้เสียหายไปจริง โดยเปิดให้ร่วมลงทุนมาแล้วประมาณ 1 ปี ทั้งนี้อยากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อว่าจะมีการได้รับผลตอบแทนที่สูงเกินความเป็นจริง จากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการหาเส้นทางการเงินเพื่อจะได้ยึดทรัพย์นำมากระจายคืนให้ผู้เสียหาย เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป