อดีตพ่อสามีของ น.ส.ธนิตา ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง หลอกให้ทำข้าวกล่องหมื่นกล่อง ออกมาเปิดเผยว่าเคยถูกหลอกเอาที่ดินไปขายฝาก จนสุดท้ายต้องถูกยึดบ้านพร้อมที่ดิน และเมื่อทราบข่าวว่าถูกจับก็รู้สึึกสมน้ำหน้า อยากให้ติดคุกนานๆ

พ่อผัวคนแรก แฉ “อิ๋ว” หลอกเอาที่ดินพร้อมบ้านไปขายฝากจนหมดตัว

จากกรณี พนักงานสอบสวน สภ.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ได้ควบคุมตัว น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม หรือ “อิ๋ว” และ น.ส.กัญจ์หทัย สุขใจ หรือ “ป้าง” สองผู้ต้องหาในความผิดฐานฉ้อโกง กรณีว่าจ้างให้ผู้เสียหายทำข้าวกล่องและน้ำดื่มส่งโรงงานวันละ 10,000 กล่อง น้ำดื่มอีก 10,000 ขวด แต่สุดท้ายไม่ยอมรับอาหาร โดยอ้างว่าผิดสัญญา พร้อมเรียกเงินค่าปรับ ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดอุตรดิตถ์

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ยัง บ้านเลขที่ 70 หมู่ 8 ต.หาดกรวด อ.เมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นของ นายเลี้ยว อยู่ศรี อายุ 66 ปี อดีตพ่อสามีของ น.ส.ธนิตา โดยได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน นาง ธนิตา ได้มาอยู่กินฉันสามีภรรยากับบุตรชายจนมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ต่อมานางธนิตาต้องการขายผลไม้ แต่ตอนนั้นนางธนิตาไม่มีเงินสด จึงได้มาขอโฉนดที่ดิน จำนวน 5 ไร่กว่า พร้อมบ้านหลังใหญ่ที่ทุกคนอยู่รวมกันไปขายฝากกับคนในหมู่บ้านเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท ต่อมาในปี 2549 เจ้าของเงินได้มาทวงถามเงินกับตนเองโดยแจ้งยอดรวมทั้งสิ้น 400,000 บาท

โดยบอกว่าเป็นจำนวนเงินที่ นางธนิตา ได้มาขอเงินเพิ่มในภายหลัง ครั้งละ 1 แสน – 2 แสนบาท ซึ่ง ตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก เพราะไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน ทำให้ต้องสูญเสียที่ดินพร้อมกับบ้านหลังดังกล่าวไปเพราะไม่มีเงินไปจ่ายหนี้ และลูกชายโกรธมากจึงได้เลิกรากับนางธนิตา ส่วนตัวเองก็รู้สึกเครียดมากเพราะเป็นทรัพย์สินมรดก และเคยคิดจะฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่ก็ได้ลูกหลานคอยห้ามปรามไว้ ทุกวันนี้อยากได้ที่ผืนเดิมกลับคืนมาแต่ก็ไม่มีเงิน และปัจจุบันก็ไม่สามารถทำงานได้เพราะถูกรถชนขาหักทั้ง 2 ข้าง ซึ่งหลังจากที่ได้ทราบว่าอดีตลูกสะใภ้ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมฐานฉ้อโกง ก็รู้สึกสมน้ำหน้า อยากให้ติดคุก ชดใช้ความผิดที่ก่อไว้นานๆ

ด้าน นางธนิสร กุยแก้ว ผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้ทำข้าวกล่อง 1 หมื่นกล่อง ได้น้ำข้าวกล่องที่เน่าเสียไปทิ้งที่ในบ่อขยะของเทศบาลตำบลวังกะพี้ จำนวน 5,000 กล่อง หลังจากก่อนหน้านี้ได้นำข้าวกล่อง จำนวน 5,000 กล่อง ไปถวายวัดและแจกให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ไปแล้ว

ขณะที่ นาง นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ อายุ 26 ปี ผู้เสียหายอีกรายซึ่งเป็นลูกสาว นายอัครเดช ยิ้มเจริญ อายุ 53 ปี ชาว อ.เมืองอุตรดิตถ์ ที่เคยได้สัมปทานทำข้าวกล่อง และถูกปรับเงินไปรวม 3 ล้านบาท ทำให้เกิดอาการเครียดจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2560 ก็ได้เดินทางมาให้ปากคำในฐานะพยานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เช่นกัน