ข่าว

“แม่จ่านิว” ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เร่งติดตามจับกุมคนร้ายรุมกระทืบลูกชาย

แม่จ่านิว พร้อมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย บุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยื่นหนังสือถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เร่งติดตามจับคนร้ายรุมกระทืบจ่านิว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ มารดานายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักกิจกรรมการเมืองที่ถูกลอบทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อเร่งสืบหาคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ซึ่ง พ.ต.อ.พงศ์พล พงษ์ศิลา รองผู้บังคับการฝ่ายกฎหมาย ตร. เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

น.ส.พัฒน์นรี กล่าวว่า ตนต้องการให้ตำรวจ เร่งติดตามจับกุมตัวกลุ่มคนร้ายดังกล่าวทั้ง 2 ครั้ง โดยตนก็รู้สึกพอใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะเหตุเพิ่งเกิดเพียง 2-3 วัน แต่ก็มีความคืบหน้า ทั้งการติดตามภาพวงจรปิดและสอบพยานไปแล้วบางส่วน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ตนในฐานะประชาชนผู้เสียหาย ก็ขอให้ตามคนร้ายได้โดยเร็วที่สุด เพราะอยากทราบว่า มีใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและมีสาเหตุเกิดจากเรื่องใด โดยเมื่อวานนี้ นิวได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นกับตำรวจ ซึ่งยังเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องความเห็นต่างทางการเมืองของจ่านิวเอง หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วจะให้ปากคำอย่างละเอียดกี่ครั้ง

น.ส.พัฒน์นรี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนรู้สึกถูกคุกคาม เพราะมีสื่อมวลชนตามไปถึงบ้าน เพื่อจะขอสัมภาษณ์ หากจะนัดก็ขอให้เจอกันนอกบ้าน ซึ่งตนได้ขอความคุ้มครองกับตำรวจไปแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแล

ส่วนกระแสโซเชียลที่ระบุว่า เหตุทำร้ายครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบ หรือลูกชายลูกน้องนักการเมืองนั้น นิวก็ทราบแล้ว และระบุเป็นเรื่องไร้สาระ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกันแน่นอน จะมีก็เพียงหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ซึ่งนิวก็ชำระไปตามระบบ

ขณะที่อีกกระแสข่าว อ้างว่าเหตุนี้ อาจเกิดจากกลุ่มต่อต้าน คสช.ที่ใช้จ่านิวเป็นเครื่องมือ ตนมองว่า ผลที่ตามมาไม่คุ้มกับฝ่ายใดทั้งสิ้น และจะถูกประนามกันทั้งสองฝ่าย

น.ส.พัฒน์นรี กล่าวอีกว่า สำหรับอาการบาดเจ็บล่าสุด นิวยังอยู่ระหว่างพักฟื้นเพราะเพิ่งผ่าตัดยกจมูก ยังคงมีเลือดไหลซึมอยู่บ้าง โดยแพทย์ได้เจาะระบายเลือดจากดวงตา ซึ่งตราบใดที่ดวงตานิวยังมองเห็นไม่ชัด ตนก็มีความเป็นห่วง แต่ที่สำคัญขอให้อยู่ที่กำลังใจ ให้เขากลับมาใช้ชีวิตปกติได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ ภายหลังออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ตนก็จะให้นิวไปเรียนทุนที่อินเดียอย่างเร็วที่สุด ซึ่งมีผู้ใหญ่ช่วยประสานให้เลื่อนรายงานตัวในเดือนสิงหาคมนี้ไปก่อน โดยจะเปลี่ยนแผนจากเดิมที่จะไปรายงานตัวแล้วค่อยกลับมาไทย ก็จะให้ไปอยู่รอจนเปิดภาคเรียน