ข่าว

ฉาวอีกวง! “ออมเงินบ้านบัว” ผงะ ท้าวแชร์วัยใส อายุ 15 หลอกเงินกว่า 20 ล้าน

ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 6 ขยายผล “ออมเงินบ้านบัว” ล้ม ตะลึง! ท้าวแชร์มีอายุแค่ 15 ปี ขณะที่ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเด็กมัธยม สูญเงินกว่า 20 ล้าน

วันที่ 5 พ.ย. ภายหลังจากกรณี “แชร์แม่มณี” กลายเป็นกระแสข่าวครึกโครม ล่าสุด ได้มีกรณีเดียวกัน โดยอ้างว่าถูกโกงเงินแชร์ในรูปแบบ “เงินออม” มูลค่าวงเงินไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาที่ยังมีรายได้ไม่มาก แต่ต้องการเงินปันผลสูง จึงได้ตกลงร่วมออมเงินในวงแชร์ดังกล่าว ที่มีชื่อเรียกว่า “ออมเงินบ้านบัว” และที่น่าตกใจก็คือ ท้าวแชร์ในวงการเงินออมครั้งนี้ ยังเป็นเยาวชนอายุเพียง 15 ปี เท่านั้น

โดยจะมี “น้องบัว” เด็กสาววัย 15 ปี ชาว จ.สกลนคร เป็นตัวแทนในการออมเงิน โดยจะได้เงินปันผลคืนร้อยละ 10 แต่จะมีโปรโมชั่นมาล่อตาล่อใจคือได้รับเงินปันผลคืนร้อยละ 15 ภายใน 3 วัน ทำให้กระตุ้นความสนใจอยากเป็นสมาชิก กระทั่ง “ออมเงินบ้านบัว” ได้ล้ม จนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินไปกว่า 20 ล้านบาท

ล่าสุด พ.ต.อ.สราวุธ คนใหญ่ รองผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 6 รับผิดชอบด้านอาชญากรรมเทคโนโลยี เปิดเผยว่า คดีนี้มีผู้เสียหายจริงๆ และก็มีตัวน้องบัวจริงๆ เบื้องต้นทีมสืบสวนภาค 4 ได้ประสานงานกับตำรวจสืบสวนภาค 6 ในฐานะทีมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมีผู้เสียหายในพื้นที่ภาค 6 ทำให้ได้เรียกตัวน้องบัว มาสอบปากคำและก็ยังให้การที่ยังก้ำกึ่ง อยู่ว่าพฤติการณ์เป็นอย่างไร

ปัญหาหลักของทีมสืบสวนคือตอนนี้ปริมาณคนที่เป็นผู้เสียหายดูแล้วทั่วประเทศ จำนวนกว่า 300-500 ราย แล้ว ตัวผู้เสียหายทั้งหมดนั้นล้วนแล้วเป็นผู้เล่นอินสตราแกรมและ เฟซบุ๊ก ตอนนี้ยอดความเสียหาย ประมาณเกือบ 20 ล้าน บางคนก็สะดวกที่จะมาแจ้งความดำเนินคดี ยอดสูงสุดที่เราเห็นก็คือโอนประมาณ 300,000 กว่าบาท ยอดต่ำสุดที่เห็นก็คือบางคน ประมาณ 1,700 บาท

สำหรับรูปแบบที่เราเห็นก็ถือว่า เขาจูงใจเสนอการ ออมเงิน แล้วจะได้เงินปันผลคืนร้อยละ 10 แต่จะมีโปรโมชั่นมาล่อตาล่อใจคือได้รับเงินปันผลคืนร้อยละ 15 ภายใน 3 วัน บางคนจ่าย 1,000 บาท 3 วัน จะได้ผลตอบแทน 1,100 บาท จ่าย 2,000 บาท 3 วัน ได้ 2,200 บาท จ่าย 3,000 บาท 3 วัน ได้ 3,300 ถ้าแต่ถ้าออม 4,000 บาท ก็จะได้ผลตอบแทน 4,400 บาท เป็นต้น แต่ถ้าหลักแสนจะมีค่าคอมมิชชั่นในรูปแบบฝึกการระดมทุนในแบบที่ผิดกฎหมายแบบหนึ่ง

โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้เน้นย้ำว่า ถ้าเป็นคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและมีผู้เสียหายเกิดขึ้นในเขตตำรวจภูธรภาค 6 ให้ลงไปสืบสวนอย่างใกล้ชิด ตอนนี้เราพบว่ามีส่วนผู้เสียหายที่อยู่ในตำรวจภูธรภาค 6 ประมาณ 9 รายแล้ว ก็ติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อเปิดคดีตอนนี้ก็อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายเพิ่มเติม

รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 6 กล่าวอีกว่า ขณะนี้เราเข้าไปในกลุ่มไลน์ของผู้เสียหายและได้ข้อมูลเยอะพอสมควร และพบว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่จะเป็นเด็กมัธยม ที่มีรายได้ไม่มาก แต่ต้องการออมเงินเพื่อหวังกำไร เหยื่อบางคนก็ไม่กล้าแจ้งความ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้เงินคืน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนเชิงลึก และกำลังสาวไปถึงตัวการใหญ่นอกเหนือจากตัวน้องบัว ซึ่งคาดว่าจะทราบเส้นทางการเงินต่อจากน้องบัวได้เร็วๆนี้

สำหรับพฤติกรรมของ ออมเงินบ้านน้องบัว นี้ “น้องบัว” มีคนที่ติดตามจำนวนมากในโลกโซเซียล แล้วน้องบัว ก็เหมือนกับคนที่ขายของโลกออนไลน์ปกติ ทำจนติดตลาด มีคนติดตามมาก น้องบัว มีกลุ่มลูกค้ามาก สามารถหาลูกค้าต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องอายุมาก อายุ 15 ก็ทำได้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงๆ

ขณะนี้ ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 6 กำลังสืบขยายผล พยายามเรียกผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความได้มากๆ บางคนเสียหายเล็กน้อยก็ไม่อยากมาแจ้งความ บางคนคิดว่าพันเดียวก็อยากจะได้คืนครึ่งเดียว 500 ก็ยังดี

“ต้องเตือนก่อนเลยว่าใครที่คิดว่าลงทุนแล้ว ได้ผลกำไรมากกว่าที่ฝากธนาคารทางโลกออนไลน์ ไม่มีอยู่จริง”

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการให้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการแจ้งความ เกี่ยวกับ การออมเงินบ้านบัว ก็สามารถติดต่อที่ตนได้ 081-8326555

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 6 ได้ขยายผลและทราบว่าตัวบงการใหญ่ที่ “น้องบัว” ส่งเงินต่อไปอีกทอดเป็นชาวจังหวัดภาคกลาง และกำลังติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด