หนุ่มคลั่งยา จุดไฟเผาบ้านตัวเองวอดทั้งหลัง

23 ม.ค. 2563 เวลา 5:11 น.

หนุ่มคลั่งยา เกิดอาการหลอน เอะอะโวยวาย ทำลายข้าวของและจุดไฟเผาบ้านตัวเองวอดทั้งหลัง

เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 22 มกราคม ร.ต.อ.เสกสันต์ ปัญญายืน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ ได้รับแจ้งว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 4 ต.กาญจนา อ.เมือง จ.แพร่ หลังได้รับแจ้งแล้วได้ขอกำลังรถดับเพลิงจาก อบต.กาญจนา และท้องถิ่นข้างเคียง เกือบ 10 คัน เข้าดับเพลิงที่เกิดเหตุ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ

สอบสวนเบื้องต้นที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น ถูกเผาวอดทั้งหลัง และจากการสอบสวนชาวบ้านทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายเกรียงไกร แก้วจันทร์หล้า อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน เกิดอาการคุ้มคลั่งส่งเสียงดัง เอะอะโวยวายและตะโกนเสียงดังว่าจะเผาบ้าน และชาวบ้านเห็นนายเกรียงไกร จุดไฟเผาบ้าน จากนั้นไฟได้ลุกลามขึ้นส่วนนายเกรียงไกร ออกจากบ้านไป  และชาวบ้านแจ้งดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

หนุ่มคลั่งยา เกิดอาการหลอน เอะอะโวยวาย ทำลายข้าวของและจุดไฟเผาบ้านตัวเองวอดทั้งหลัง

เบื้องต้นมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย คือ นางถนอนศรี ถิ่นแฝง อายุ 59 ปี และเด็กหญิงพิชญ์สินี เรือนมั่น อายุ 12 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัย จากสมาคมอาสาสมัครกู้ภัยจังหวัดแพร่ เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแพร่ อย่างเร่งด่วน

นายเส็ง จักรสอน ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.กาญจนา อ.เมือง จ.แพร่ เล่าว่า ได้รับแจ้งจากนายอนันต์ ถิ่นแฝง ว่าที่บ้านเลขที่ 3 ม.4 ต.กาญจนา อ.เมือง จ.แพร่ มีคนเมาอาละวาดคุ้มคลั่งทำลายบ้านเลยและจะเผาบ้านตนจึงบอกให้โทรแจ้ง 191 จากนั้นเพียงไม่นานได้รับแจ้งว่าเผาบ้านและไฟกำลังลุกไหม้จึงได้ประสานขอรถดับเพลิงเข้าช่วยเหลือดับไฟ ซึ่งปกตินายเกรียงไกร มักจะอาละวาดทุกวันสร้างความเดือดร้อนให้กับเพื่อนบ้านที่ข้างเคียงเสมอ บางวันจะถือดาบเดินตามถนน ด่าชาวบ้าน ไปทั่ว

นายอนันต์ ถิ่นแฝง อายุ 63 ปี เล่าว่า ทุกวันนายเกรียงไกร มักจะเมาและอาละวาด ชอบเอะอะโวยวายเป็นประจำ จนทำให้เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันบริเวณนี้เดือดร้อน จนล่าสุดก่อนเกิดเหตุ ได้ยินเสียงดังเอะอะโวยวาย ทุบบ้านเรือนทำลายข้าวของ และบอกจะเผาบ้าน ตนเองได้โทรแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้รับทราบ และกำลังจะโทร 191 เพื่อให้เข้ามาช่วยดูแต่ไม่ทันได้โทร ได้กลิ่นไหม้จึงมาดูก็พบไฟกำลังลุกไหม้จึงได้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือ

หนุ่มคลั่งยา เกิดอาการหลอน เอะอะโวยวาย ทำลายข้าวของและจุดไฟเผาบ้านตัวเองวอดทั้งหลัง

นายนิวัฒน์ ถิ่นสุข เพื่อนบ้าน เล่าว่า ทุกวัน นายเกรียงไกร มักจะอาละวาด เดินถือดาบตามถนนบ้าง ทุบบ้านเรือนทำลายข้าวของ จนเพื่อนบ้านระแวกนี้ไม่ได้หลับได้นอนกัน จนล่าสุดวันเกิดเหตุตนเองและภรรยาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเหมือนเดิม แต่วันนี้ บริเวณหมู่บ้านใกล้เคียงมีงานศพ ชาวบ้านที่ผ่านไปขับรถผ่านหน้าบ้านนายเกรียงไกร ก็จะเอาขวดมาปาใส่ แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและกล้าที่จะจอดดู สักพักได้ยินว่าจะเผาบ้าน ตนเองจึงแอบดูเห็นนายเกรียงไกร จุดไฟใต้ถุนบ้านแต่ตนก็ไม่ได้คิดว่าจะลุกไหม้ จึงเข้าห้อง สักพักมีชาวบ้านมาเรียกขอความช่วยเหลือจึงรู้ไฟไหม้จริง

ส่วนนายเกรียงไกร สอบสวนทราบว่า เป็นช่างทาสี ฝีมือดี แต่ในช่วง 2 ปี ไม่ค่อยมีงานทำในขณะที่นายเกรียงไกรก็ติดยาด้วย มีเงินเท่าไหร่จะไปหายามาเสพ ที่บ้านอาศัยคนเดียวพ่อแม่เสียชีวิตหลายปีมาแล้ว ขณะนี้ตำรวจได้ออกติดตามตัวนายเกรียงไกรและตามไปพบกำลังเดินโซเซอยู่บนถนนหมู่ที่ 12 ต.เหมืองหม้อ อ.เมือง จ.แพร่ จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีแต่ในขณะจับกุมนายเกรียงไกรยังพูดจาวกวนไม่รู้เรื่องเนื่องจากยังมีอาการเมาทั้งยาและสุราจึงได้ควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป