Breaking ข่าว อาชญากรรม

ย้อนเวลาคดี..ดับ “นายกตุ่น เเม่กลอง” รอยร้าว “ทับสุวรรณ-ไกรวัตนุสรณ์”

"ตระกูลทับสุวรรณ" กับ "ตระกูลไกรวัตนุสรณ์" ถือเป็นคู่เเข่งทางการเมืองในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มายาวนาน โดยที่ไม่มีความขัดเเย้งกันมาก่อน เเต่กรณี "นายครรชิต ทับสุวรรณ" กับ "นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์" นั้น ถือว่าเป็นความขัดเเย้งจากปมผู้หญิงคนหนึ่งที่ทั้ง 2 คน ให้ความสนิทสนม จนเกิดความขัดเเย้งกันขึ้นเเละจบด้วยโศกนาฏกรรม

เหตุการณ์นี้ย้อนหลังไปเมื่อเวลา 15.00 น. 25 ธ.ค. 2554 นายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ อายุ 49 ปี หรือ "นายกตุ่น" ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สมุทรสาคร พร้อมคนขับรถใช้รถฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ทะเบียน กก 2424 สมุทรสาคร แวะจอดรถเพื่อเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถ.เศรษฐกิจ-คลองครุ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ในเวลาถัดมาไม่นาน… นายอุดรถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด .40 ยิง 8 นัด เสียชีวิต

การสืบสวนสอบสวนเบื้องต้น คดีนี้พยานหลักฐานพบว่า ผู้ก่อเหตุยิงนายอุดร คือ นายครรชิต ทับสุวรรณ อดีต ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขับรถเข้ามาจอดไล่หลังนายอุดร ในปั๊มน้ำมันช่วงเวลาห่างกันไม่นาน ในตอนนั้นนายครรชิตได้ลงจากรถพูดคุยกับนายอุดรที่หน้าห้องน้ำและใช้อาวุธปืนสังหาร

ทราบว่า ทั้ง 2 คน โต้เถียงกันเรื่องผู้หญิงคนหนึ่ง โดย นายทองพูล พนาราบ คนขับรถของนายอุดร ได้ให้การว่า "แวะเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน นายอุดรลงรถไปเพียงคนเดียว ระหว่างนั้นเห็นรถกระบะ ไฮลักซ์ วีโก้ สีบรอนซ์ทอง 4 ประตู เข้ามาจอดติดกันเเละชั่วอึดใจได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เมื่อหันไปมองที่หน้าห้องน้ำเห็นคนร้ายเป็นชายวิ่งขึ้นรถปิกอัพคันดังกล่าวขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

การสืบสวนสอบสวนของตำรวจซึ่งพิสูจน์จากหัวกระสุนและปลอกกระสุนที่ตกอยู่ พบว่าเป็นปืนกล็อก .40 ซึ่งมิใช่ปืนยอดนิยม เพราะเป็นปืนสะสมของนักเล่นปืน เมื่อตรวจทะเบียนผู้ครอบครองพบว่า ใน จ.สมุทรสาคร มีอยู่ 8 คน เเละ 8 กระบอก รวมทั้งนายครรชิตด้วย แต่เมื่อเข้ามอบตัวนายครรชิตปฏิเสธจะนำปืนขนาด .40 ของตนเองมาส่งมอบให้ตรวจพิสูจน์ ต่อมาไปตรวจกับสนามซ้อมยิงปืน มีหลักฐานยืนยันว่า นายครรชิตใช้ปืน .40 มาซ้อมยิงเป็นประจำ ปลอกกระสุนที่ตกในพื้นที่เกิดเหตุ สามารถตรวจพบดีเอ็นเอเจ้าของปืนได้ เพราะจะต้องเป็นผู้บรรจุลูกกระสุนเอง โดยช่วงเเรกนายครรชิตไม่ยอมส่งมอบปืนให้ตรวจนั้น ทำให้ตำรวจมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับอาวุธปืน ทั้ง ๆ ที่นายครรชิตไม่ยอมส่งมอบให้ตรวจ รวมทั้งรถกระบะสีบรอนซ์ทอง โดยมีหลักฐานว่า นายครรชิตครอบครองอยู่ แต่นายครรชิตก็ไม่เคยส่งมอบให้ตรวจสอบอีกเช่นกัน แม้ไม่ได้นำรถมาตรวจ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานมารองรับ และยิ่งเป็นตัวบ่งชี้พิรุธได้ชัดเจนในคดีนี้

12 พ.ย.2557 ศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตนายครรชิต รวมทั้งให้นายครรชิตจ่ายค่าสินไหมทดแทน 13 ล้านบาทเศษให้ครอบครัวของนายอุดร แม้จำเลยคือนายครรชิตจะขอยื่นอุธรณ์ประกันตัวสู้คดี แต่ศาลไม่อนุญาตประกันตัว การสู้คดีมีมาอย่างต่อเนื่อง โดยศาลอุทธรณ์เเก้คำตัดสินศาลชั้นต้นจากประหารชีวิตนายครรชิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต เเต่ก็ยังมีการสู้คดีจนถึงชั้นฎีกา

โดยผลการพิพากษาวันนี้ของศาลฎีกาที่ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า โจทย์มีประจักษ์พยาน และหลักฐานยืนยันได้ว่าจำเลย กระทำผิดตามฟ้อง  

"ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้จำคุกจำเลยไว้ ตลอดชีวิต  พร้อมทั้งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต"

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

คดีนี้ปิดเเฟ้มลงได้ด้วยความยุติธรรมเเละความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย รวมทั้งกฎเเห่งกรรมที่เป็นสัจจะของชีวิตก็ให้คำตอบเเล้ว