Breaking ข่าว

กกพ.ชี้! “วินด์ฟาร์ม” ภาคอีสาน ไม่กระทบแผนผลิตไฟฟ้า

วันที่ 2 ก.พ. 60 – นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ยอมรับว่า ข้อเสนอของหลายฝ่ายที่ให้เปลี่ยนไปพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) ในพื้นที่ภาคใต้ จากปัจจุบันที่โครงการส่วนใหญ่ ร้อยละ 80 ดำเนินการอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น จะทำให้ช่วงเวลาการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบล่าช้าออกไป เนื่องจากต้องเริ่มต้นดำเนินโครงการใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะการวัดปริมาณลมในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนเป็นเวลา 1 ปี เพื่อพิจารณาว่า พื้นที่ดังกล่าวมีปริมาณลมสม่ำเสมอ คุ้มค่าแก่การลงทุนหรือไม่

ปัจจุบันมีโครงการวินด์ฟาร์มที่ กกพ. ทำสัญญาตอบรับซื้อไฟฟ้าแล้ว 1,500 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 300 เมกะวัตต์ ซึ่งเกือบทั้งหมดดำเนินการบนที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ( ส.ป.ก.) ดังนั้น หาก ส.ป.ก. บังคับใช้คำสั่งยกเลิกสัญญาให้เช่าที่ดินโครงการวินด์ฟาร์มทั้งหมดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทั้งระบบ แต่จะไม่กระทบต่อสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ (พีดีพี 2015) เนื่องจากมีการกำหนดสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพียง 16,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579 แต่ขณะนี้รับซื้อไปแล้วกว่า 9,000 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ กกพ. เตรียมหารือแนวทางดำเนินการที่ชัดเจนกับ ส.ป.ก. อีกครั้ง หลังได้ข้อสรุปในช่วงต้นสัปดาห์หน้า หากต้องยกเลิกโครงการวินด์ฟาร์มทั้งหมดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทาง กกพ. ก็จะพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการต่อไป

ด้าน นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมอาจส่งผลกระทบต่อแผนด้านพลังงานพอสมควร ดังนั้น กระทรวงพลังงานควรทบทวนนโยบายการส่งเสริมพลังงานทดแทน เนื่องจากการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมมีพื้นที่ตั้งที่เหมาะสม คือ พื้นที่ป่าเขาที่มีต้นไม้ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก. ซึ่งส่วนตัวมองว่า พลังงานทดแทนที่เหมาะสมกับประเทศไทย คือ พลังงานแสงอาทิตย์และชีวมวล แต่ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องการใช้พื้นที่เยอะและการยอมรับจากชุมชน