ข่าว

ทุนสตาร์ตอัพ ล้นหมื่นล้าน

ทุนสตาร์ตอัพ ล้นหมื่นล้าน

-1 เม.ย.60- หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3249 ระหว่างวันที่ 2-5 เม.ย.2560  สื่อในเครือสปริง กรุ๊ป รายงานว่า ไทยเทคสตาร์ทอัพ เผยเงินลงทุนสตาร์ตอัพล้น ตลาด  คาดปีนี้องค์กรธุรกิจไทย จ่อขนเงินลงทุนรวมกว่าหมื่นล้านหวังใช้นวัตกรรมใหม่ซินเนอร์ยีธุรกิจเดิม  แต่ขาดสตาร์ตอัพหน้าใหม่ร่วมลงทุน

กลุ่มทุนหลายรายกำลังสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพ เพื่อซินเนอร์ยีกับธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ด้านสินค้าและบริการ อาทิ  อนันดา สิริเวนเจอร์ ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย หรือทุนใหญ่อย่าง เอสซีจี ปตท. กำลังศึกษาตั้งกองทุนเข้ามาลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัพ

 นายวัชระ เอมวัฒน์  นายกสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (ไทยเทคสตาร์ทอัพ) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”  ว่า การเคลื่อนไหวขององค์กรธุรกิจไทยเหล่านี้คาดว่าจะมีเม็ดเงินใหม่ที่พร้อมลงทุนสตาร์ตอัพ  รวมมูลค่าเกิน 10,000 ล้านบาท (เฉลี่ยกองทุนละ 20-30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  หรือประมาณ 720-1,080 ล้านบาท อัตรา 34 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ    

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้คือ ขาดสตาร์ตอัพรุ่นใหม่ให้เข้าไปลงทุน ส่วนกองทุนหมื่นล้าน ของกระทรวงการคลังนั้นเท่าที่ติดตามขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

อีกทั้งส่วนใหญ่เป็นการระดมทุนของสตาร์ตอัพรายเดิม  โดยกลางปีจะเห็นสตาร์ตอัพ ระดับ Seed Fund ที่มีมูลค่าเงินลงทุน 100,000-400,000  ดอลลาร์สหรัฐฯ  หรือ ประมาณ  3,400,000-13,600,000 บาท (คิดที่ 34 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ) มีการระดมทุนในระดับซีรีส์เอ เพิ่มขึ้น  ตามหลัง วงใน, อุ๊คบี  หรือ ดาวรุ่งล่าสุดอย่างโอมิเซ่ โดยในระดับซีรีส์เอมีมูลค่าลงทุน  400,000-2,000,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 13,600,000-272,000,000 บาท 

นายวัชระ กล่าวอีกว่า เงินทุนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สตาร์ตอัพเริ่มต้นธุรกิจได้ในระยะแรก สิ่งที่สตาร์ตอัพต้องการมากสุด คือ ลูกค้า  พัฒนาสินค้าและบริการออกมาแล้วมีผู้ใช้บริการ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ โดยเฉพาะภาครัฐจะต้องสนับสนุนสินค้าและบริการของสตาร์ตอัพ แทนที่จะจัดตั้งกองทุนขึ้นมาลงทุนในสตาร์ตอัพอย่างเดียว นอกจากนี้ควรเร่งออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในสตาร์ตอัพและเอื้อประโยชน์ต่อการทำธุรกิจของสตาร์ตอัพ

ด้านนายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจ ดีแทค แอคเซอเลอเรท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวในทำนองเดียวกันว่าปีนี้จะเห็นการเข้ามาลงทุนในสตาร์ตอัพ ขององค์กรธุรกิจไทยมากขึ้น ทั้งนวัตกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์  กลุ่มนวัตกรรมการเงิน และสุขภาพ ของกลุ่มเมืองไทย และกลุ่มนวัตกรรมสินค้าเกษตร ของไทยวากรุ๊ป   โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินพร้อมลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านบาท    แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้เกิดสถานการณ์เงินลงทุนสตาร์ตอัพล้นตลาด แต่มีสตาร์ตอัพที่มีคุณภาพ และพร้อมได้รับการสนับสนุนจำนวนไม่มาก

ส่วนการตั้งกองทุนขึ้นมาสนับสนุนสตาร์ตอัพ  และเอสเอ็มอีของทางภาครัฐ นั้นคงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง โดยต้องให้โอกาสภาครัฐในการเรียนรู้  ไทยเหมือนกับเวียดนามเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ภาครัฐเวียดนาม  จัดสรรงบประมาณเข้ามาผลักดันสตาร์ตอัพ สุดท้ายผ่านไป 2 ปี รัฐบาลเวียดนามมีการทบทวนแผนสนับสนุนสตาร์ตอัพใหม่  โดยเปลี่ยนมาใช้วิธีเอื้อประโยชน์ในการเติบโตทางธุรกิจให้กับสตาร์ตอัพเวียดนาม 

นายสมโภชน์   กล่าวต่อไปอีกว่า ปัจจัยที่ทำให้สตาร์ตอัพประสบความสำเร็จได้ต้องมีทีมที่ครบ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 H คือ Hustler หมายถึง CEO ต้องเป็นนักขาย นักพูด และกระตือรือร้น ในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ Hacker คือ มีผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ หรือ IT Solution และสุดท้าย Hipster หมายถึง Art มีความคิดมีหัวด้านศิลปะและที่สำคัญคือต้องเก่งทางด้าน “การตลาด” ด้วย