เศรษฐกิจ

คาดการณ์อนาคตเฟซบุ๊กในปี 2019 ร่วงหรือรุ่ง?

เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงกับเฟซบุ๊กอย่างหนัก เพราะเจอกรณีอื้อฉาวข้อมูลผู้ใช้งานตกไปอยู่ในมือของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาเสียงให้แก่ประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลทำให้หุ้นเฟซบุ๊กร่วงหนักและต้องเจอกับการดำเนินคดีจากรัฐบาลประเทศต่างๆ มาถึงปี 2019 นี้ อนาคตของเฟซบุ๊กจะเป็นอย่างไร ติดตามจากรายงานของทีมข่าวต่างประเทศ

ปี 2018 ถือว่าเป็นปีแห่งความวุ่นวายของเฟสบุ๊ก สื่อสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อเกิดข่าวอื้อฉาวเริ่มในเดือนมีนาคม จากกรณีข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟซบุ๊คหลายสิบล้านคนตกไปอยู่ในมือของบริษัทแคมบริดจ์ อะนาลิติก้า ซึ่งทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลให้กับแคมเปญหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2016 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใช้ทั้งหมดราว 87 ล้านคนทั่วโลก ในจำนวนดังกล่าว 81 เปอร์เซ้นต์เป็นชาวอเมริกัน ส่วนที่เหลือเป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อังกฤษ เม็กซิโก แคนาดา อินเดีย บราซิล เวียดนามและออสเตรเลีย

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาในทันทีคือ ราคาหุ้นของเฟสบุคร่วงหนักมูลค่ากว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาไม่กี่วัน ขณะที่เฟสบุคถูกทางการสหรัฐสอบสวน มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งต้องเข้าให้ปากคำกับทางการ ซึ่งอาจจะทำให้เฟสบุคโดนปรับเป็นเงินมหาศาล และในอังกฤษ อัยการยื่นฟ้องเฟสบุคเป็นเงิน 5 แสนปอนด์ หรือประมาณ 20 ล้านบาท แต่ประเด็นทางกฎหมายนั้น อาจจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าศาลจะมีคำตัดสิน

อีกหนึ่งสิ่งที่เห็นผลทันตาคือ ความเชื่อมั่นในเฟสบุคลดลงอย่างมาก ผลการสำรวจจากสถาบันพิวรีเสิร์ชเซ็นเตอร์ของสหรัฐพบว่า ราว 42 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่ได้เข้าไปเช็คเฟซบุ๊กของตนเองมานานหลายสัปดาห์แล้ว หรือบางคนก็นานกว่านั้น ขณะที่ 26 เปอร์เซ็นต์บอกว่า พวกเขาลบแอพพลิเคชันเฟซบุ๊กออกจากโทรศัพท์มือถือแล้ว ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กที่มีอายุน้อยเป็นกลุ่มที่ลบแอพพลิเคชันเฟซบุ๊กมากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุ โดยผู้ใช้อายุระหว่าง 18-29 ปี จำนวน 44 เปอร์เซ็นต์ลบเฟซบุ๊กไปแล้ว ในขณะที่ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป มีเพียง 12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ลบเฟซบุ๊ก

ในแง่ของจำนวนผู้ใช้งานนั้น ช่วงไตรมาสสามของปี 2018 เฟสบุคทำผลงานได้ย่ำแย่จากความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลง แต่ในแง่ของรายได้ เฟสบุคยังคงทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม รายงานของบริษัทเฟสบุคระบุว่า ในไตรมาสที่สามของปี 2018 ยอดผู้ใช้งานเฟสบุคอยู่ที่ 2,270 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากสามเดือนก่อนหน้านั้น 40 ล้านคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเลขผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นก็ยังคงน้อยกว่าตัวเลขที่เคยคาดการณ์เอาไว้ที่ 2290 ล้านคน อย่างไรก็ตาม รายได้ในไตรมาสที่สามของปี 2018 ทะยานตัวถึง 33 เปอร์เซ็นต์ ปิดยอดที่ 13,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.5 แสนล้านบาท

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เจพีมอร์แกนคาดการณ์ว่า เฟสบุคจะทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมในปี 2019 โดยนักวิเคราะห์ของเจพีมอร์แกนมองว่า หุ้นเฟสบุคเผชิญกับแรงกดดันมาเป็นเวลานาน แต่ในไตรมาสที่สามกลับได้เห็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่า เฟสบุคมีเสถียรภาพในเรื่องฐานผู้ใช้งานแล้ว อีกทั้งตอนนี้เฟสบุคเพิ่มบุคลากรด้านความปลอดภัยและความมั่นคงเป็นสองเท่า จาก 1 หมื่นคน เป็น 2 หมื่นคน ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่า เฟสบุคทุ่มเงินมหาศาลในการลงทุนด้านความปลอดภัย และตอนนี้เฟสบุคกำลังดำเนินการอย่างจริงจังมากกว่าในช่วงปีหรือสองปีที่แล้ว

เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์อาวุโสของเว็บไซต์ Investing.com ที่ยืนยันว่า เฟสบุคยังคงเป็นบริษัทที่มีการเติบโตในเรื่องของรายได้ หนี้เป็นศูนย์ ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์ต่างๆของเฟสบุคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนแล้ว ดังนั้นข่าวลือที่ว่า เฟสบุคกำลังจะตาย ก็ดูเหมือนจะเป็นข่าวลือที่ไม่จริงและออกมาเร็วเกินไป

หรือปี 2018 จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบและความท้าทายของเฟสบุค ให้เข้ามาปรับปรุงแก้ไขจุดที่อ่อนแอและบกพร่อง เพราะสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ เฟสบุคเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนไปแล้ว มีฐานผู้ใช้งานที่ค่อนข้างเหนียวแน่น ดังนั้นในปี 2019 นักวิเคราะห์ก็ยังคาดหวังได้เห็นการพัฒนาฟีจเจอร์ใหม่ๆของ3เฟสบุค และอาจจะเป็นปีที่เฟสบุคกลับมารุ่งอีกครั้งภายใต้การนำของมาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก