สมาคมดิวตี้ฟรี จี้นายก เสนอครม.ชี้ขาดคำวินิจฉัยผู้ตรวจการ กรณีจุดส่งมอบ

“สมาคมดิวตี้ฟรี” จี้นายกฯ เสนอ ครม. ชี้ขาดคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีจุดส่งมอบสินค้า ตาม รธน.

กรณีพิพาทเรื่องการจัดหาพื้นที่ทำจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี กำลังมาถึงจุดแตกหัก ภายหลังผู้ตรวจการแผ่นดินทำหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2561 ถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยขอให้พิจารณาสั่งการ ในกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” จัดหาพื้นที่ทำจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรสาธารณะ (pick-up counter) ภายในท่าอากาศยานสุวรรณ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายอื่นได้ใช้ร่วมกัน แต่ปรากฏว่าเรื่องดังกล่าวเงียบหายไป

เมื่อครบกำหนด 30 วัน นางรวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย จึงทำหนังสือด่วนที่สุด เลขที่ TDFA 001/01/2562 ลงวันที่ 8 มกราคม 2562 ทวงถามความคืบหน้ากรณีดังกล่าวกับ พล.อ. ประยุทธ์ โดยขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการ ให้ ทอท. ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาสั่งการตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้

นางรวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย

โดยหนังสือด่วนที่สุดที่นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทยทำถึงนากยกรัฐมนตรี ระบุว่า ตามที่สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีดังกล่าวนี้มาตั้งแต่ปี 2559 ต่อมาผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มีคำวินิจฉัย หรือ ข้อเสนอแนะ ให้ ทอท. จัดหาพื้นที่ทำจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะตามที่สมาคมฯ ร้องขอมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560

แต่ ทอท. ก็ไม่ได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินแต่อย่างใด จากนั้น ทางสมาคมฯ และบริษัท ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกรมศุลกากร ให้เปิดร้านค้าปลอดอากรในเมือง และเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนนายกรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้น 12 ฉบับ เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งให้ ทอท. ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้พิจารณาดำเนินการตามคำวินิจฉัยดังกล่าว

ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 12 และมาตรา 32 วรรค 3 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2552 กำหนดให้ส่งรายงานเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา ต่อมา สนช. ได้ทำหนังสือแจ้งสมาคมฯ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 ว่า “ปัจจุบัน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2552 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม และประกาศใช้เป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560”

สนช. จึงส่งเรื่องคืนผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินฉบับใหม่ ทางผู้ตรวจตรวจการแผ่นดินจึงทำหนังสือแจ้ง ทอท. ให้ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินอีกครั้ง แต่ ทอท. ก็ไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด

ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงทำหนังสือยืนยันคำวินิจฉัย และข้อเสนอแนะไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ทอท. เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2560 เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป แต่นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าวก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ

ทางสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงดำเนินการตาม มาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน 2560 โดยจัดประชุมหารือร่วมกับ ทอท. กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง ประกอบกับ ครม. ได้มีมติดังกล่าวเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 รับทราบรายงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปี 2560 โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม และ ทอท. นำความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินไปพิจารณาทบทวนและดำเนินการ ให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนได้พิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ประสิทธิภาพ ความสามารถ และอุปสรรคของ ทอท. ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว จึงมีความเห็นดังนี้

1. ให้ ทอท. จัดหาพื้นที่นอกสัญญาโครงการจัดทำบริการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรสาธารณะ เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในเมืองรายอื่นสามารถประกอบกิจการได้ หรือ
2. ให้ ทอท. ประสานกับ บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด หรือ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด คู่สัญญา เพื่อให้บริการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรกับผู้ประกอบการรายอื่นที่ประสงค์จะส่งมอบสินค้าปลอดอากรแก่ผู้ซื้อ ณ จุดส่งมอบสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยให้ ทอท. เป็นผู้ประสานระหว่าง บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด หรือ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด กับผู้ประกอบการรายอื่นที่ประสงค์จะใช้จุดส่งมอบสินค้าปลอดอากร โดยผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือแจ้ง ทอท. ให้ดำเนินการตามข้อ 1 หรือ 2 ภายในกำหนดเวลา 30 วัน ปรากฏว่า ทอท. ไม่ดำเนินการตามข้อ 1 และ ปฏิเสธที่จะดำเนินการตามข้อ 2 โดยไม่มีเหตุอันสมควร

ผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ผผ.10/1745 ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2561 แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินให้สมาคมฯ ทราบว่า กรณีเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะเป็นการส่งเสริมภาคธุรกิจไทยให้เข้มแข็ง ป้องกันการผูกขาดสินค้าปลอดอากร เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค ยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐ

กรณี ทอท. ไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยไม่มีเหตุอันสมควร จึงเป็นกรณีที่ไม่อาจหาข้อยุติได้ โดยที่มาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 กำหนดให้นำความในมาตรา 32 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ซึ่งกำหนดว่า “ในกรณีที่ไม่อาจหาข้อยุติได้ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องต่อ ครม. เพื่อพิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควรมาใช้บังคับโดยอนุโลม”

ดังนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงเสนอเรื่องดังกล่าวไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ ครม. พิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควรตามบทบัญญัติดังกล่าวต่อไป แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาจากนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด

ทางสมาคมฯ ได้พิจารณาเรื่องทั้งหมด นับตั้งแต่ไปยื่นหนังสือร้องเรียนในปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 2 ปี นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เพิกเฉย ไม่ดำเนินการใดๆ และกรณีดังกล่าวได้เกิดความเสียหายต่อสมาชิกของสมาคมฯ และนักลงทุนต่างชาติที่ร่วมทุนกับนักลงทุนไทย ประกอบกับคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น ทางสมาคมฯ จึงมีความจำเป็นต้องทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้พิจารณาสั่งการตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีอาจจะสั่งให้ ทอท. ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือจะนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควรตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ก็ได้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

จึงเรียนมาเพื่อขอให้ท่านได้โปรดดำเนินการตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 ต่อไปโดยเร็วด้วย ลงชื่อ นางรวิฐา พงศ์นุชิต สมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย