“คณิศ” ชี้ ไม่ขัดแย้งหลังเลือกตั้ง ศก.เดินหน้า – อีอีซี ช่วยหนุน

เลขาธิการ สกพอ. ชี้ หากหลังเลือกตั้งไม่มีความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจไทยก็พร้อมเดินหน้า

เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ภายหลังการเลือกตั้ง ภายในงานสัมมนาใหญ่ประจำปี 2561 ของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ระบุว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ในส่วนของการกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะลงทุนในอีอีซีใน 12 กลุ่มอุตสาหกรรม ขณะนี้มีประเทศจีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ลงทุนรายสำคัญแสดงความสนใจเข้าลงทุนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

ซึ่งหากประเทศไทยได้รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เศรษฐกิจก็จะได้ไปดี เพราะในขณะนี้เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญปัญหามากมาย ทั้งเรื่องเบร็กซิส, สงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐฯ รวมถึงความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าเราต้องเร่งสร้างความเข้มเข็งให้เศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ยังกล่าวว่า อีอีซี ไม่ได้เป็นโครงการของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่เป็นโครงการของประเทศที่มีระยะเวลาการดำเนินการรวม 15 ปี ใครเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องรับหน้าที่ประธานบริหารโครงการ EEC คนต่อไป และในอีก 5 ปีข้างหน้าในการลงทุนใน EEC จะช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยให้โตขึ้นจากเดิมร้อยละ 2

ขณะที่ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย มองว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ และจะส่งผลให้การลงทุนของนักลงทุนในระยะยาวชะลอตัว เพราะ เหล่านักลงทุนต้องการเห็นความต่อเนื่องด้านนโยบาย ด้วยความไม่แน่ใจว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมาจากพรรคใด และจะดำเนินการตามนโยบายต่างๆต่อจากรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ พร้อมคาดการณ์ว่า ดัชนีหุ้นปีนี้จะดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกลดความร้อนแรงลง และ Fade แสดงท่าทีชัดเจนในการลดการขึ้นดอกเบี้ย รวมถึงค่าเงินดอลล่าร์ฯที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง จึงคาดว่า ตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวค่อนข้างสูง นักวิเคราะห์มองว่าอาจไปแตะถึง 1,800 อย่างไรก็ตาม ต้องวิเคราะห์ท่าทีการเมืองด้วย หากสถานการณ์การเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และกิจกรรมทางเศรษฐกิจดำเนินไปได้ด้วยดี ตลาดหุ้นไทยก็น่าจะฟื้นในไม่ช้า