ข่าว

แบงค์ชาติ ประกาศ 3 มาตรการ ดูแลตลาดเงินตลาดทุน จากผลกระทบโควิด19

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ,นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์, นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ,นายวศิน วณิชย์วรนันต์ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมกันแถลงข่าวมาตรการรองรับผลกระทบจากโควิด-19

โดยนายวิรไท กล่าวว่า ตลาดการลงทุนในช่วงที่ผ่านมามีความผันผวนสูงขึ้น จากความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ซึ่ง ธปท.เริ่มเห็นกลไกตลาดการเงินทำงานไม่เป็นปกติ เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดที่ลดลง โดยเฉพาะตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน และกองทุนรวมตราสารหนี้ ซึ่งมีผู้ถือหน่วยลงทุนบางส่วนเกิดความกังวล และเร่งถอนหน่วยลงทุนพร้อมกันจำนวนมาก ขณะที่สภาพคล่องมีจำกัด จึงส่งผลกระทบต่อมูลค่าของหน่วยลงทุนลดลง ดังนั้นจึงได้มีมาตรการ 3 มาตรการเข้ามาดูแลตลาด

มาตรการ 1 จัดตั้งกลไกพิเศษ เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับกองทุนรวมผ่านธนาคารพาณิชย์ โดย ธปท. อนุญาตให้ ธนาคารพาณิชย์ สามารถเข้าซื้อหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมตลาดเงิน และกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เป็นกองทุนเปิด ที่ถือสินทรัพย์คุณภาพดี โดยธนาคารพาณิชย์สามารถนำหน่วยลงทุนเหล่านี้ มาเป็นหลักประกันเพื่อขอสภาพคล่องกับ ธปท.ได้ และ ธปท.พร้อมดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าตลาดเงินเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่กองทุนดังกล่าว จะมีมูลค่ารวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านบาท

มาตรการที่ 2 สมาคมธนาคารไทย สมาคมประกันชีวิต ธนาคารออมสิน และ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะร่วมกันจัดตั้งกองทุนขึ้นมาใหม่ เรียกว่าเป็น “กองทุนเสริมสภาพคล่อง” เพื่อลดความเสี่ยงการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ วงเงินเริ่มต้น 70,000-100,000 ล้านบาท โดยตอนนี้มีผู้เข้าร่วมตั้งกองทุน 80,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนดังกล่าว จะทำหน้าที่ คือ เมื่อมีตราสารหนี้คุณภาพดีครบกำหนดแล้วต้องการโรลโอเวอร์ หากระดมทุนได้ไม่ครบ กองทุนนี้จะเข้ามาเสริมในส่วนที่ขาด เพื่อให้ผู้ออกหุ้นกู้เอกชน สามารถโรลโอเวอร์ได้ โดยเงินที่ท็อปอัพเป็นเงินระยะสั้นอายุไม่เกิน 270 วัน

มาตรการที่ 3 เป็นกลไกที่ดูแลตลาดพันธบัตร ซึ่งถือเป็นหัวใจของตลาดตราสารหนี้ โดยช่วงที่ผ่านมาบอนด์ยิลด์มีความผันผวนสูงมาก เพราะสภาพคล่องในระบบการเงินโลกมีความต่างจากช่วงเวลาปกติ โดย ธปท.พร้อมจะเข้าไปดูแลให้ตลาดพันธบัตรรัฐสามารถทำงานได้ตามกลไกตลาดที่หากพบว่า ตลาดขาดสภาพคล่อง เราก็พร้อมเข้าไปดูแล อย่างไรก็ตาม ธปท.พร้อมทบทวนมาตรการดังกล่าวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าสภาพคล่องและทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ระดับสูงแตกต่างจากวิกฤติปี 40