ข่าว

อก. เผยอุตฯ หลักรับอานิสงส์โควิด-19 ตอบโจทย์การใช้ชีวิตวิถีใหม่

ก.อุตฯ เผย 3 อุตสาหกรรมหลัก รับอานิสงส์โควิด-19 ขยายตัวตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก หลังตอบสนองความต้องการสินค้าภายใต้วิถีใหมj ประกอบกับแนวโน้มจากการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทำให้อุตสาหกรรมหลักขยายตัวได้เต็มที่

วันนี้ (16 ก.ค. 63) – นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลักของไทยได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคโควิด-19 ที่ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์ ทั้งการเว้นระยะห่างทางกายภาพและลดการปฏิสัมพันธ์

กับบุคคลอื่นให้มากที่สุด ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและพฤติกรรมเดิมๆ เข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริโภคทำให้เกิดความต้องการสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้น จึงทำให้ 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์รักษาโรค และอาหาร ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า การดำรงชีพภายใต้ชีวิตวิถีใหม่หรือ New Normal ได้ส่งผลให้ประชาชนหันมาให้ความสนใจในสินค้าที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น โดยในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค มีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ระยะ 5 เดือนแรกของปี 2563 (ม.ค.-พ.ค.) ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 18.5% ความต้องการสินค้ามีแนวโน้มที่จะขยายตัวทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกัมพูชา ฟิลิปปินส์ และจีน เช่น หน้ากากอนามัย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ เป็นต้น

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเนื่องจากประชาชนได้มีการปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานที่บ้านหรือ Work from Home รวมถึงสถานศึกษาที่ได้จัดการเรียนการสอนผ่านเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล ส่งผลให้เกิดความต้องการใช้สินค้า Hard disk drive และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อรองรับความต้องการใช้งานบน Cloud และ Data center เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม

ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์รวม 5 เดือน ในปี 2563 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.02% ในขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างมาเลเซียและเวียดนามมีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์รวม 5 เดือน ในปี 2563 หดตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 8.46% และ 0.93% ตามลำดับ โดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ และมีมูลค่าการส่งออกไปตลาดหลักปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ สหรัฐฯ และจีน

อุตสาหกรรมอาหาร ได้รับอานิสงส์จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศเนื่องจากเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิต ส่งผลให้มีการขยายการผลิตในหลายผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่

เก็บรักษาได้นาน โดยมีดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมรวม 5 เดือนแรก ในปี 2563 ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้แช่แข็งขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วง 5 เดือนแรกของปีก่อนที่ 30.88% สัตว์น้ำแช่แข็งขยายตัวเพิ่มขึ้น 23.41% สัตว์น้ำบรรจุกระป๋องขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.85% และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขยายตัวเพิ่มขึ้น 12.07% เป็นต้น อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอาหารยังมีอุปสรรค ได้แก่ ปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลให้สินค้าเกษตรลดลง เช่น อ้อย ปาล์มน้ำมัน สับปะรด และมันสำปะหลัง ทำให้วัตถุดิบในบางผลิตภัณฑ์ไม่เพียงพอต่อความต้องการผลิตของโรงงาน รวมถึงมาตรการควบคุมการระบาดของต่างประเทศได้ส่งผลต่อธุรกิจให้บริการด้านอาหาร ทำให้สินค้าประเภทไก่เนื้อและน้ำตาลในประเทศไทยมีคำสั่งซื้อลดลง นายทองชัย กล่าว

นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ภายหลังจากโรงงาน ซัพพลายเออร์ และธุรกิจต่าง ๆ กลับมาเปิดตัว ส่งผลต่อการเพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจและเพิ่มการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ถูกหยุดชะงักตามมาตรการควบคุมโรค โดยมองว่าอุตสาหกรรมไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และการผลิตภาคอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวต่อเนื่อง หากไม่มีการระบาดซ้ำหรือกลับมาใช้มาตรการควบคุมโรคในระยะที่ 2 โดยเฉพาะใน 3 อุตสาหกรรมหลักที่มีการขยายตัวต่อเนื่องและตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงภายใต้ชีวิตวิถีใหม่ New Normal ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมไทยกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง”