"ฉาย" เปิดใจทุกประเด็น ลั่นปกป้อง 3 เสาหลักชาติ ขอนำเนชั่นสู่ปีที่ 50

05 พ.ย. 2563 เวลา 10:29 น.

"ฉาย บุนนาค" เปิดใจ ลั่นเดินหน้าเนชั่นสู่ปีที่ 50 ชูปกป้อง 3 สถาบันหลักของชาติ ปัดขัดแย้ง "สันติสุข-อัญชะลี" พร้อมปลุก "อคาเดมี่" ป้อนผู้ประกาศข่าวรุ่นใหม่

ที่โรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวว่า ทุกองค์กรมีคนเข้ามาออกไปก็เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ เนชั่นปีนี้อายุ 49 ปีจะเข้าปีที่ 50 ในปีหน้า แต่ในระหว่างทางองค์กรได้เติบโตจนเป็นสถาบันและต้นไม้ใหญ่ ที่ผ่านมาเนชั่นขายความน่าเชื่อถือขายคอนเทนท์ไม่ได้ขายดาราและขายความรับผิดชอบของสังคม ซึ่งเนชั่นยึดมั่นในจริยธรรมจรรยาบรรณ เพื่อนำประโยชน์ให้ส่วนรวม ซึ่งในเครือเนชั่นมีอยู่หลายแบรนด์ แต่ในสภาวะแบบนี้ได้กำชับความระมัดระวังในสถานการณ์ที่เปราะบาง แต่เนชั่นยังยืนหยัดในอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง

"องค์กรเนชั่น ปีหน้าเข้าสู่ปีที่ 50 เราจะยืนหยัดในการทำหน้าที่องค์กรสื่อสารมวลชนที่ดี มีอุดมการณ์ไม่แปรเปลี่ยนในการปกป้องสถาบันหลักของชาติสืบไป" นายฉาย กล่าว

นายฉาย กล่าวต่อว่า ส่วนนางสาวอัญชะลี ไพรีรัก นายสันติสุข มะโรงศรี ผู้ดำเนินรายการข่าวเนชั่นทีวี และนายสถาพร เกื้อสกุล พิธีกรรายการเนชั่นเจาะข่าวเย็น ได้ยื่นใบลาออกแล้วมีผลสิ้นสุด 30 พ.ย. นี้ แต่ไม่มีความขัดแย้ง อะไร ยังรักกันเหมือนเดิม แต่ใครอยู่ใครไปเป็นเรื่องปกติทางธุรกิจ ส่วนข่าวลือว่านายกนก รัตน์วงศ์สกุล และนายธีระ ธัญไพบูลย์ พิธีกรและผู้ประกาศจะลาออกนั้นก็ไม่ทราบเพราะข่าวลือจากผู้ไม่ประสงค์ดีมีเยอะ แต่ทุกคนยังทำงานตามปกติ แต่เข้าใจทุกคนมีวิถีทางการงาน ทั้งนี้ นางสาวอัญชะลี ถือเป็นผู้จัดอาวุโสในวงการ ก่อนหน้านี้นางสาวอัญชะลีเคยทำงานที่เนชั่นแล้วออกไปแล้วกลับมาก็เป็นเรื่องปกติ แต่องค์กรไม่ได้ล่มสลายไปกับการเปลี่ยนแปลง

 

"เราเป็นสถาบันข่าว เราสร้างคนขึ้นมา เนชั่นเหมือนสโมสรฟุตบอล มีนักเตะเข้ามาและย้ายออกไป แต่เราก็มีอคาเดมี่ของเราที่แข็งแรง เราต้องผลิตสิ่งที่ดีออกสังคม อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน จะสานต่อสิ่งที่ผู้ก่อตั้งเดิมสร้างไว้ เราไม่ได้เปลี่ยนอะไร ยังทำเหมือนเดิมส่วนเรตติ้งมีความสำคัญแต่ไม่สำคัญที่สุด แต่ข้อมูลข่าวสารที่ออกสู่ประชาชนสำคัญที่สุด ส่วนพี่ปองและพี่สันติสุข ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ และขออวยชัยให้ประสบความสำเร็จ เรามีองค์กรข่าว มีพื้นที่ผู้จัดรายการ และนักข่าวทุกคน" นายฉาย กล่าว

นายฉาย กล่าวต่อว่า ส่วนการทำข่าวในช่วงความขัดแย้ง จะต้องตรวจสอบข้อมูล ปฏิบัติตามจริยธรรมของวิชาอาชีพ ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งความเกลียดชัง เรารับฟังผู้ชุมนุม ขอบคุณที่ชุมนุมอย่างสงบ เราไม่ได้มองเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่เราไม่สนับสนุนการจาบจ้วงสถาบัน ยืนยันว่าเรายึดมั่นใจการปกป้องสถาบันหลักของประเทศ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตระกูลตนรับใช้ประเทศชาติมานานกว่า 300 ปี เลือดทุกหยดในตัวก็เพื่อสามเสาหลักของประเทศ ดังนั้นการปล่อยข่าวลือเป็นเจตนาร้าย เป็นการกลั่นแกล้งทางธุรกิจ

 

"ในสัปดาห์หน้าจะประชุมกรรมการในวันพฤหัสบดี จะมีการสรุปในสัปดาห์หน้า เราจะเป็นองค์กรข่าวมีผลประกอบการดีอันดับต้นๆ ของประเทศ เรามีการประเมินตัวเองตลอดเวลา  เพราะเรามองความรับผิดชอบทางสังคม เราต้องดูว่าสิ่งที่นำเสนอเหมาะสมและเป็นคุณหรือโทษกับสถานการณ์ วันนี้เราจะเดินเข้าสู่ปีที่ 50 อย่างแข็งแรง เราไม่ทอดทิ้งพนักงาน จากข่าวลือต่างๆ ได้ยินมาเยอะ แต่ไม่จำเป็นต้องแคร์ทุกอย่างที่เป็นข่าวลือ" นายฉาย กล่าว

นายฉาย กล่าวอีกว่า เรากำลังทรานฟอร์มเข้าสู่ออนไลน์ตามโมเดลธุรกิจที่วางไว้ จะต้องนำคอนเทนท์ออกสู่แพลตฟอร์มต่างๆ ส่วนแบรนด์ต่างๆ ของเนชั่นยังเหมือนเดิม แต่เรทติ้งต้องมากับความรับผิดชอบของสังคม ถ้าเรทติ้งสูง แต่หากไม่มีความรับผิดชอบก็ไม่มีประโยชน์

ผู้สื่อข่าวถามถึงข่าวลือ เรื่องคุณหญิงพจมาน หรือคนไกล ดูไบเข้ามาถือหุ้น นายฉาย ตอบว่า ขณะนี้โครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่เป็นเรื่องข่าวลือจากบุคคลที่ทีชื่อเสียงในสภา ควรจะระมัดระมังคำพูดและควรรับผิดชอบคำพูดมากกว่านี้

"ข่าวลือ ข่าวปลอม ข่าวเท็จ ที่ใส่ร้ายป้ายสีเราว่าเราเปลี่ยนอุดมการณ์ ว่าเราถูกทุนการเมืองครอบงำ ล้วนเป็นเพียงการดิสเครดิสหวังทำลายองค์กรเราจากผู้ไม่หวังดี" นายฉาย กล่าว 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด