แบงก์กรุงไทยพ้นใต้ร่มรัฐวิสาหกิจแตกต่างจากการบินไทยอย่างไร ?

11 พ.ย. 2563 เวลา 7:15 น.

เป็นเรื่องเด่นประเด็นร้อนในช่วงนี้สำหรับเรื่องที่แบงก์กรุงไทยที่ต้องพ้นจากรัฐวิสาหกิจ วันนี้จะพาไปดูความแตกต่างระหว่างแบงก์กรุงไทยที่พ้นใต้ร่มรัฐวิสาหกิจแตกต่างจากการบินไทยอย่างไร ?

เป็นเรื่องเด่นประเด็นร้อนในช่วงนี้สำหรับเรื่องที่แบงก์กรุงไทยที่ต้องพ้นจากรัฐวิสาหกิจ วันนี้จะพาไปดูความแตกต่างระหว่างแบงก์กรุงไทยที่พ้นใต้ร่มรัฐวิสาหกิจแตกต่างจากการบินไทยอย่างไร ?

ข่าวเด่นประเด็นร้อนในปี 2563 ในแวดวงรัฐวิสาหกิจไทยช่วงนี้เห็นทีจะเป็นเรื่องของการที่แบงก์กรุงไทยพ้นสภาพจากรัฐวิสาหกิจ ซึ่งหลายฝ่ายกำลังเฝ้าจับตามองอยู่ว่าเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป และเพราะเหตุใดแบงก์กรุงไทยจึงถึงได้พ้นจากใต้ร่มรัฐวิสาหกิจตามมาติด ๆ วันนี้ “สปริงนิวส์ออนไลน์” จะมาสรุปเล่าให้ฟัง ว่า เรื่องราวดังกล่าวมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2563 ภายหลังจากธนาคารกรุงไทย ได้รับหนังสือจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งแจ้งให้ธนาคารทราบว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีหนังสือตอบข้อหารือของกองทุนฯ ที่ขอความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับสถานภาพของกองทุนฯ และธนาคารกรุงไทย

ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แจ้งผลการพิจารณาว่า ธนาคารกรุงไทย ไม่มีลักษณะเป็นบริษัท หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจตาม (2) และ (3) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ

ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ทำหนังสือรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ โดยระบุว่า การเปลี่ยนสถานภาพของธนาคารตามความเห็นสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอาจมีผลต่อการดำเนินธุรกิจของธนาคารและต่อการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจหลายฉบับ ซึ่งธนาคารอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงผลกระทบในด้านต่าง ๆ หากได้ความชัดเจนแล้วธนาคารจะได้แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบในโอกาสต่อไป

โดยธนาคารได้ศึกษาผลความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นด้านคุณสมบัติของกรรมการและผู้บริหารสูงสุดของธนาคารจนได้ข้อยุติว่า โดยผลของความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบกับการมีผลบังคับใช้ของพระราชบัญญัติการพัฒนาการกำกับดูแลและการบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2561

ทั้งนี้ส่งผลทำให้กรรมการ ผู้บริหารสูงสุด ตลอดจนพนักงานของธนาคารไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานของกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 สำหรับผลกระทบด้านกฎหมายฉบับอื่น ๆ ธนาคารจะเรียนแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไปเช่นกัน

ทางด้าน นายประภาส คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.ในฐานะที่กำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ ซึ่งธนาคารกรุงไทย ก็เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ สคร.ดูแล แต่ในขณะนี้เมื่อทางกฎหมาย กรุงไทยได้พ้นความเป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว ทราบว่าทางกรมบัญชีกลางจะออกระเบียบใหม่ เพื่อให้หน่วยงานราชการยังสามารถทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารกรุงไทยได้ต่อไป โดยไม่ผิดระเบียบแต่อย่างใด

 

นี่คือเรื่องราวของแบงก์กรุงไทยที่กำลังจะพ้นจากรัฐวิสาหกิจไปต่อจากนี้ แต่หากมองไปช่วงกลางปี 2563 ที่ผ่านมาการบินไทยสายการบินแห่งชาติที่อยู่คู่กับคนไทยมานมนานก็ได้พ้นสภาพจากการเป็นรัฐวิสาหกิจไป หลังจากที่กระทรวงการคลังได้ขายหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ให้กองทุนรวมวายุภักษ์ จำนวน 69 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 4.03 บาท รวมมูลค่าประมาณ 278 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.17% โดยเป็นการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้การซื้อขายหุ้นดังกล่าวทำให้สัดส่วนการถือหุ้นในการบินไทย ของกระทรวงการคลัง ลดลงเหลือ เหลือ 47.86% จาก 51.03% ส่งผลให้การบินไทยสิ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจทันที ตามมาติด ๆ คือรัฐวิสาหกิจฟากของแบงก์เมื่อธนาคารกรุงไทยก็พ้นสภาพจากการเป็นรัฐวิสาหกิจเช่นกัน

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ 2 รัฐวิสาหกิจที่พ้นจากความเป็นรัฐวิสาหกิจไป ที่หลายคนกำลังจับตามอง โดยเฉพาะเรื่องของแบงก์กรุงไทยที่จะต้องออกจากการเป็นรัฐวิสาหกิจแล้วทั้งตัวแบงก์เอง และพนักงานทั้งหมด ก็ทำให้ถูกสังคมจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะมีผลต่อการปรับโครงสร้างพนักงาน หรือโครงสร้างองค์กรรอบใหม่หรือไม่ ? คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบ ต้องรอติดตามชมตอนต่อไป ?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด