ถอดสูตรสำเร็จเพลงบอลโลก

นอกจากผู้คนจะติดตามการแข่งขันฟุตบอลโลกแล้ว สิ่งหนึ่งที่หลายคนเฝ้าติดตามเสมอก็คือ เพลงประจำการแข่งขัน ซึ่งถ้าหากเราย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของเพลงฟุตบอลโลก เราจะพบว่า มักจะถูกแต่งด้วยภาษาอังกฤษและภาษาสเปน ส่วนกลิ่นอายนั้น จะเต็มไปด้วยความเป็นละตินอเมริกา สาเหตุเพราะอะไร

เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่ในการแข่งขันฟุตบอลโลกแต่ละครั้ง จะต้องมีเพลงอย่างเป็นทางการ เพื่อมาวอร์มอัพสร้างบรรยากาศครึกครื้นให้แก่การแข่งขัน ซึ่งตามปกติแล้ว วิธีการเลือกเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกแต่ละครั้ง จะเน้นการใช้ภาษาที่หลากหลาย เช่น ภาษาอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นภาษาสากล ภาษาของเจ้าภาพ และอีกหนึ่งภาษาที่ถูกนำมาใช้เสมอๆก็คือ ภาษาสเปน เนื่องจากบนโลกใบนี้ มีคนพูดภาษาสเปนมากกว่าภาษาอังกฤษซะอีก แต่อาจจะไม่ใช่เพราะภาษาสเปนเป็นภาษาที่คนบนโลกพูดกันมากที่สุดเพียงเหตุผลเดียว แต่อาจจะเป็นเพราะความสนุกสนานแบบละตินก็เป็นไปได้

ต้องยอมรับจริงๆว่า ภาษาสเปนเป็นภาษาที่ถูกใช้บ่อยจริงๆกับเพลงบอลโลก เพราะเริ่มแรกเมื่อปี 1962 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ชิลี ก็เริ่มมีเพลงประจำการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกด้วยเพลง El Rock del Mundial ซึ่งเป็นเพลงภาษาสเปน

แต่เพลงดังที่หลายคนคงจำได้ดี ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสปี 1998 หรือเรารู้จักกันในชื่อฟร้องซ์ 98 เพลง “La Copa de la Vida (The Cup of Life)” ร้องโดยริกกี้ มาร์ติน ด้วยท่อนที่ร้องว่า “Here we go! Ale, ale, ale! Go, go, go! Ale, ale, ale!” ติดหูคนไปทั่วโลก ความสำเร็จของ The Cup of Life มาจากความเป็นดนตรีแบบละตินอเมริกาที่สนุกสนาน ร้องง่าย เข้าถึงกลุ่มคนที่ไม่ใช่แฟนบอลเท่านั้น และทำให้เพลงฟุตบอลโลกในปีต่อๆ มา เจ้าภาพพยายามคงคอนเซปความเป็นละตินแบบนี้เอาไว้เสมอมา

ปี 2010 ฟุตบอลโลกจัดขึ้นที่แอฟริกาใต้ เพลงที่สร้างปรากฏการณ์ติดหูผู้คนทั่วโลก ก็ยังคงเป็นเพลงภาษาอังกฤษและภาษาสเปนที่มีชื่อว่า “Waka Waka” (Official Song)ขับร้องโดย Shakira featuring Freshlyground


และความสำเร็จของ Waka Waka ก็ทำให้ชากีรา ได้กลับมาร้องเพลงฟุตบอลโลกอีกครั้ง ในฟุตบอลโลกบราซิลปี 2014 ในเพลง “La La La (Brasil 2014)” ซึ่งก็ถือว่า ได้รับความนิยมมากพอสมควร แต่ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จเท่า waka waka แต่ก็ส่งให้ชากีร่า นักร้องสาวเชื่อสายลาตินอเมริกาคนนี้ กลายเป็นเจ้าแม่เพลงฟุตบอลโลกไปเลย

และมาถึงปี 2018 กับฟุตบอลโลกรัสเซีย เจ้าภาพก็ยังคงพยายามคอนเซปต์ความเป็นลาตินอเมริกาเอาไว้ ด้วยการปล่อยเพลง live it up และนำนิกกี้แจม นักร้องชาวโคลอมเบีย ซึ่งเรียกได้ว่า เป็นซุปตาร์ของวงการดรตรีเรกเก้และละติน มาฟีตเจอริ่งกับวิล สมิธ นักแสดงฮอลลิวูดที่ยังเป็นแรปเปอร์อีกด้วย รวมถึงได้ เอรา อิสเทรพี นักร้องสาวจากโคโซโวมาสร้างบรรยากาคึกคักให้กับเพลงฟุตบอลโลกปีนี้อีกด้วย